วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ช็อตเด็ดวันนี้:เราชะนะแล้ว , แม่จ๋า

 

วันอังคาร, ธันวาคม 03, 2556

ช่วยกันเรียกชื่อให้ตรงกับสถานะ:กลุ่มกบฎหัวรุนแรง



เมื่อเวลาประมาณ 07.20 น. วันที่ 3 ธ.ค. เฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โปรยใบปลิวลงมายังบริเวณจุดชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน และศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ


ทั้งนี้ ใจความหลักในใบปลิวคือ เตือนและขอความร่วมมือให้ออกจากพื้นที่การชุมนุม พร้อมกับระบุความผิดของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งถูกออกหมายจับล่าสุดในข้อหากบฏ
 
Red Intelligence
Local Business · 24,254 Likes

แชร์!! เก็บหลักฐาน ม็อบกบฏ !!

สั่งยิงหลอดไฟ ยิงหนังสติ๊กใส่ตำรวจ หลังจากนั้นมีการเผารถตำรวจ ขว้างระเบิดเพลิง ประทัดยักษ์ คลิปนี้พวกม็อบกบฏเป็นคนเอามาลงเองนะ สันติ อหิงสามั้ยล่ะ!! // Thor


วันจันทร์, ธันวาคม 02, 2556

VoiceTV: สื่อนอกเสนอ 3 วิธีช่วยไทยรอดวิกฤตม็อบยึดเมือง


ที่มา VoiceTV
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์



สื่อต่างประเทศเสนอ 3 แนวทางสำคัญในการนำพาประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตการเมืองครั้งนี้ โดยเรียกร้องให้ฝ่ายค้านยุติการต่อสู้ในแนวทางไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนรัฐบาลก็ต้องไม่ยึดมั่นในการกุมเสียงส่วนใหญ่จนไม่สนใจปัญหาคอรัปชั่น

The Economist นิตยสารด้านการเมืองชื่อดังของโลก ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับสถานการณ์การประท้วงในประเทศไทย โดยแสดงความกังวลว่าการเมืองไทยกำลังกลับไปสุ่ยุคของความรุนแรงและการไม่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยอีกครั้ง และการยุบสภาหรือลาออกของรัฐบาลก็จะไม่ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย เนื่องจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยน่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอยู่ดี แม้จะสูญเสียคะแนนนิยมไปบ้างจากการสนับสนุนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง

Economist จึงเสนอทางออก 3 ประการสำหรับทุกฝ่ายที่มีส่วนในความขัดแย้งครั้งนี้ ประการแรกฝากถึงฝ่ายต่อต้านรัฐบาล Economist เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำฝ่ายต้านรัฐบาล ยุติแนวทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตยทุกชนิดในการต่อสู้เพื่อโค่นล้มรัฐบาล โดยย้ำว่าประชาธิปัตย์ควรยกเลิกพฤติกรรมการชื่นชมระบอบรัฐสภาเฉพาะเมื่อผลออกมาเป็นตามที่ตัวเองต้องการ แล้วหันไปหาแนวทางอื่นๆอย่างการออกไปเล่นการเมืองข้างถนน ใช้ศาลเป็นเครื่องมือ หรือโทรหากองทัพ หากผลไม่เป็นไปตามที่หวังได้แล้ว

ส่วนข้อเสนอประการที่สอง Economist เรียกร้องให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยุติการใช้คะแนนนิยมจากประชาชนเป็นเพียงเครื่องมือในการชนะเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาล ให้เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร และหันมาปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจัง

ข้อเสนอสุดท้าย Economist ฝากไปถึงฝ่ายอำมาตย์ในเมืองไทย ให้เลิกเข้ามาสอดแทรกการเมือง และเคารพในบทบาทขององค์กรการเมืองต่างๆตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงสนับสนุนให้มีการปฎิรูปรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทย นอกจากจะมีความไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่หลายประการ ยังรวมศูนย์อำนาจไว้ที่รัฐบาลมากเกินไป จนเป็นต้นเหตุของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรื้อรังมานาน และอาจยังทำให้เกิดความรุนแรงในลักษณะคล้ายคลึงกันในภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของคนเสื้อแดงได้ในอนาคต
1 ธันวาคม 2556 เวลา 18:22 น.

ปฏิวัติเงียบ:หยุดการบริหารประเทศด้วยการเจรจา

รูปภาพ : ตั้งชื่อ...  จะเรียกปรากฏการณ์ ผบ.เหล่าทัพ เชิญ นายกฯ ปู กับ นาย สุเทพ มาเจรจา หาทางออกร่วมกัน เมื่อค่ำ1ธค.ในค่ายทหาร ครั้งนี้ ว่าอะไร หาก ไม่ใช่ ปฏิวัติเงียบ ปฏิวัติซ่อนรูป เพราะทหารมีเจตนาดี หาทางออก ลดการสูญเสีย....มีนายทหารฝ่ายเสธ.แนะอย่าเรียก ปฏิวัติเงียบ แต่้คือ"การหยุดการบริหารประเทศด้วยการเจรจา"Halt and Power off by Negotiation (HPN) หรือปฏิรูป...เงียบๆ.work ปะ รอดูหัวข่าวหนังสือพิมพ์ เช้า 2ธค.แล้วกัน
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 ธันวาคม 2556

1 ธันวาคม 2556

16.30 สุเทพ เทือกสุบรรณ ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ทุกช่อง ยกเว้นช่อง 11 โดยสรยุทธ์ สุทัศนะัจินดา กล่าวทางช่อง 3 ว่า เป็นการถ่ายทอดสด"ตามที่เจรจากันไว้"

18.55 ฝ่ายรัฐบาล นำโดยพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ออกแถลงโดยไม่มีนายกฯยิ่งลักษณ์ ร่วมแถลงข่าว

20.30 ผู้นำ3เหล่าทัพเชิญนายกฯยิ่งลักษณ์กับนายสุเทพเข้าพบเจรจาในค่ายทหาร ในภายหลังนายสุเทพแถลงว่าได้ยื่นคำขาดให้ยิ่งลักษณ์พ้นอำนาจภายใน 48 ชั่วโมง

24.00 วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร โพสต์ลงfacebook Wassana Nanuam ถึงเบื้องหลังเหตุการณ์ข้างต้นว่า นี่คือ "การหยุดการบริหารประเทศด้วยการเจรจา"Halt and Power off by Negotiation (HPN) หรือปฏิรูป...เงียบๆ

ตั้งชื่อ...
จะเรียกปรากฏการณ์ ผบ.เหล่าทัพ เชิญ นายกฯ ปู กับ นาย สุเทพ มาเจรจา หาทางออกร่วมกัน เมื่อค่ำ1ธค.ในค่ายทหาร ครั้งนี้ ว่าอะไร หาก ไม่ใช่ ปฏิวัติเงียบ ปฏิวัติซ่อนรูป เพราะทหารมีเจตนาดี หาทางออก ลดการสูญเสีย....มีนายทหารฝ่ายเสธ.แนะอย่าเรียก ปฏิวัติเงียบ แต่้คือ"การหยุดการบริหารประเทศด้วยการเจรจา"Halt and Power off by Negotiation (HPN) หรือปฏิรูป...เงียบๆ.work ปะ รอดูหัวข่าวหนังสือพิมพ์ เช้า 2ธค.แล้วกัน
กองกลาง...ไม่ใช่ แค่คนกลาง แต่เป็น กองกลาง มากันทั้งกองทัพ เพราะ ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ ผบทบ.คนเดียว ที่มาเป็นคนกลาง เชิญ นายกฯปู และ นายสุเทพ มาพบ เจรจากัน แต่ มี ผบ.เหล่าทัพ มาด้วย.....พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวหลังการเจรจา ว่า ให้ รอถาม นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เองว่า การเจรจา เป็นอย่างไร ตัดสินใจอย่างไร. ยัน ผบ.เหล่าทัพ และ ตนเอง ทำเพื่อ ชาติ ประเทศ และประชาชน ไม่อยากให้ปะทะสูญเสีย

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีศึกษาธิการโพสต์ในfacebookว่า "สิ่งที่คุณสุเทพเสนอนั้นขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง จึงไม่มีใครสามารถทำให้เกิดขึ้นได้โดยไม่มีการทำการรัฐประหาร ท่าทีของทุกท่านที่ร่วมหารือจึงจะไม่มีผลใดๆทางกฎหมาย แต่จะมีความหมายอย่างมากทางการเมืองครับ"


สวัสดียามดึกครับ

ฟังคุณสุเทพพูดรอบบ่ายเสร็จ ผมก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปหลายช่องแล้ว พอมาฟังคุณสุเทพแถลงเรื่องไปพบท่านนายกฯกับผบ.เหล่าทัพมา ยังไม่มีโอกาสให้สัมภาษณ์สื่อไหนเลย คงเพราะดึกแล้ว ก็เลยขอแสดงความเห็นไว้สั้นๆครับ

ฟังดูก็รู้สึกว่าสิ่งที่คุณสุเทพพูดส่วนใหญ่คงจะเป็นความจริงเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่คุณสุเทพต้องการก็เป็นเหมือนกับที่คุณสุเทพพูดมาก่อนหน้านี้ทุกอย่างไม่มีอะไรใหม่ แต่สิ่งที่คนสนใจก็คือรัฐบาลจะว่าอย่างไร คิดว่าพรุ่งนี้ก็คงมีการชี้แจง

แต่ข้อหนึ่งที่อยากให้ความเห็นไว้ในขั้นนี้ก่อนก็คือสิ่งที่คุณสุเทพเสนอนั้นขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง จึงไม่มีใครสามารถทำให้เกิดขึ้นได้โดยไม่มีการทำการรัฐประหาร ท่าทีของทุกท่านที่ร่วมหารือจึงจะไม่มีผลใดๆทางกฎหมาย แต่จะมีความหมายอย่างมากทางการเมืองครับ

ติดตามกันพรุ่งนี้ครับ

ขณะที่ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการ ได้โพสต์ในfacebookว่า หลังการเจรจาหนนี้ มีตัวแทนฝ่ายชุมนุมขึ้นกล่าวบนเวทีให้ผู้ชุมนุมที่บุกล้อมบช.น.กลับมาก่อนเพราะ 
"ลุงสุเทพเรียกกลับมา บอกว่า หยุดปฏิบัติการก่อน กำลังเจรจา"
พอดีมีเพื่อนบางคน เขียนถึง "ข่าวลือ" ในคอมเม้นท์ ในกระทู้ข้างล่าง เรื่องการพบระหว่างยิ่งลักษณ์-สุเทพ ทำนองว่า ทาง "ราชสำนัก" ต้องการให้เรืองยุติก่อนวันที่ 5 ธันวา (บทบาทประยุทธ ทีเป็น "เจ้าภาพ" นี่ก็น่าสนใจ ในแง่ที่เชื่อกันว่า เขามีความใกล้ชิดราชสำนัก - อันนี้ ผมเพิ่มเติมเอง)

เรืองนี้ แม้จะเป็น "ข่าวลือ" แต่จะว่าไปก็มีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกันนะ เพราะแม้งานใหญ่ มหาสมาคม จะไปทำที่หัวหินแล้ว แต่ว่า ถ้ายังมีม็อบ มีเหตุการณ์ไม่สงบอยู่ในกรุงเทพ ในวันที่ 5 ทาง "ราชสำนัก" ก็อาจจะไม่แฮ้ปปี้ก็ได้
.......
รุ่งเช้า 2 ธันวาคม 2556

ยังไม่มีถ้อยแถลงที่เป็นทางการจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

การ์ตูน: แมวกับหน้าผา

ที่มา Andrew MacGregor Marshall

"We all know the classic scene from cartoons: the cat reaches a precipice, but it goes on walking, ignoring the fact that there is no ground under its feet; it starts to fall only when it looks down and notices the abyss." — Slavoj Žižek

Suthep Thaugsuban is the cartoon character. Goodbye.



"เราทุกคนรู้จักฉากจากการ์ตูนคลาสสิค: แมวมันเดินอย่างทองไม่รู้ร้อนจนถึงหน้าผา แต่มันจะเดินไปเรื่อย ๆโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงที่ว่าพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของมันไม่มีแล้ว เบื้องล่างว่างเปล่า พอหันมามองดูข้างล่างเมื่อตัวเองเริ่มตก สังเกตเห็นเหวนรก."

สุเทพก็คือตัวการ์ตูนนั้น กู๊ดบาย

วันอาทิตย์, ธันวาคม 01, 2556

13 คำถาม ต่อคำแถลงล่าสุดของคุณสุเทพในนาม กปปส.

ที่มา วีรพัฒน์ ปริยะวงศ์ เฟสบุ๊ค



ผม 'วิเคราะห์' และ 'ตั้งคำถาม' ต่อคำแถลงล่าสุดของคุณสุเทพในนาม กปปส. ดังนี้

1. คุณสุเทพ แถลงว่าได้ไปพบ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ แต่ยอมไปพบเพราะเป็นการพบต่อหน้าผู้นำ 3 เหล่าทัพ แสดงว่าคุณสุเทพไม่ได้เคารพผู้นำประเทศจากประชาชน แต่คุณสุเทพเลื่อมใสและต้องการประเทศให้มีผู้นำเป็นทหาร ใช่หรือไม่ ?

2. คุณสุเทพ ยอมรับความพ่ายแพ้กลายๆ ว่าวันที่ 1 ธ.ค. ไม่ใช่วันชัยชนะที่ประกาศไว้ เพราะยังขอต่อเวลาอีก 2 วัน ซึ่งเท่ากับว่าคำพูดคุณสุเทพไม่มีความหมาย เลื่อนลอยผัดวันประกันพรุ่งไปได้เรื่อยๆ ใช่หรือไม่ ? แล้วคุณสุเทพจะต่อเวลาหลอกล่อผู้ชุมนุมไปอีกกี่วันกี่เดือน ?

3. คุณสุเทพบอกว่ารัฐบาลเป็นกบฏต่อรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากกบฎเป็นกันได้ง่ายเช่นนี้ แล้วคุณสุเทพที่ไม่เห็นด้วยและไม่เคารพรัฐบาลและรัฐสภา อีกทั้งเรียกร้องสภาซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ตลอดจนสั่งปิดทุกกระทรวง ทบวง กรม ยกเว้นศาลกับกองทัพ ก็เท่ากับคุณสุเทพกบฏด้วย ใช่หรือไม่ ? หรือประเทศนี้ อำนาจสูงสุดอยู่ที่ ศาล และกองทัพ ?

4. คุณสุเทพอ้างคำว่า "เหล่ามวลมหาประชาชน" ที่ "หมดความอดทน" ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ประเทศไทยมี 67 ล้านกว่าคน แล้วอีกหลาย 60 ล้านคน ทำไมเขาไม่ออกมากับคุณสุเทพ ? หรือเป็นเพราะว่าเขาเป็น "ไทยอดทน" ที่จะปกครองประเทศนี้ไปตามกติกา

5. คุณสุเทพย้ำว่าไม่พอใจกับการยุบสภา หรือลาออก แต่อ้างต่อว่าต้องให้ "สภาประชาชน" เข้ามาจัดการประเทศเสียก่อน แล้วจึงจะยอมให้มีการกลับไปสู่การเลือกตั้งตามกติกา แสดงว่าคุณสุเทพยอมรับว่า "สภาประชาชน" ที่ว่าเป็นการผิดกติกาประชาธิปไตยใช่หรือไม่ ?

6. คุณสุเทพอ้าง "สภาประชาชน" ประหนึ่งเป็นสิ่งวิเศษที่จะเข้ามาจัดการประเทศ ให้มี "ประชาธิปไตยสมบูรณ์" แต่เหตุใดคุณสุเทพไม่เคยอธิบายว่าสภานี้มาจากไหน เลือกกันอย่างไร จัดการประเทศอย่างไร และจะอยู่ในอำนาจนานแค่ไหน ? "ประชาธิปไตยสมบูรณ์" คืออะไร ? ถ้าพรรคเพื่อไทย หรือคนเสื้อแดง จะตั้งสภาประชาชนบ้าง และจะแก้ไขจัดการประเทศโดยการจัดการกับคุณสุเทพ แล้วเราจะใช้สภาประชาชนสภาไหน ? และอะไรคือหลักประกันว่า "สภาประชาชน" จะไม่ได้สร้างสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า "ระบอบทักษิณ" ที่คุณสุเทพอ้าง ?

7. คุณสุเทพอ้างประหนึ่งว่าการเสียชีวิตที่รามคำแหง เป็นฝีมือรัฐบาล คุณสุเทพทราบหรือไม่ว่า มีคนเสียชีวิตหลายราย จากการปะทะกันระหว่างประชาชน โดยบางรายเป็นนักศึกษา บางรายเป็นคนเสื้อแดง แล้วหลักฐานว่ารัฐบาลลงมือ อยู่ที่ไหน ?

8. คุณสุเทพอ้างว่า ถ้าตำรวจวางอาวุธ ประชาชนจะอ้าแขนรับ แต่คุณสุเทพทราบหรือไม่ว่า ตำรวจทำงานอย่างอดทนที่สุด ไม่ใช้อาวุธ มีเพียงอุปกรณ์คุมการชุมนุมเท่าที่จำเป็น ? และคุณสุเทพไม่ทราบหรือว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่เป็นกำลังให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากอันธพาล ?

9. คุณสุเทพอ้างว่าจำเป็นต้องเดินขบวนประชิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อบอกให้ตำรวจไม่ใช้กำลัง แต่วันนี้คุณสุเทพยึดเวลาสื่อมวลชนได้แล้ว เหตุใดไม่ใช้วิธีประกาศผ่านสื่อ ? และคุณสุเทพกำลังพูดโกหกขัดแย้งกับที่เคยประกาศว่าจะเข้ายึดควบคุมสถานที่ราชการหรือไม่ ?

10. คุณสุเทพอ้างว่า ผบ.ทบ. ไม่ต้องการให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย แล้วอ้างประหนึ่งว่ากองทัพเข้าขางคุณสุเทพ แต่คุณสุเทพก็รู้ดีว่ารัฐบาลก็ไม่ต้องการให้ใครบาดเจ็บล้มตาย แล้วเหตุใดคุณสุเทพจึงยังพาประชาชนไปยั่วยุกดดันเจ้าหน้าที่และประชาชนกลุ่มอื่นจนเกิดความเสี่ยงต่อประชาชนทุกฝ่าย ? ใครกันแน่ที่ต้องการให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย ?

11. คุณสุเทพประกาศว่าพร้อมรับโทษตามกฎหมาย แต่คุณสุเทพเคยถามประชาชนคนอื่นที่ออกมาชุมนุมหรือยังว่าเขาพร้อมรับโทษกับคุณสุเทพหรือไม่ ? และเมื่อไหร่จึงจะยอมรับโทษ ?

12. คุณสุเทพประกาศเน้นให้ข้าราชการหยุดงานพร้อมกัน คุณสุเทพคิดหรือไม่ว่า ข้าราชการเขามีหน้าที่ทำงานรับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้ความต้องการทางการเมืองของคุณสุเทพ ?

13. คุณสุเทพอ้างว่าจะจัดการกับ "ระบอบทักษิณ" ซึ่งก็เป็นข้ออ้างเดียวกับ รัฐประหาร 2549 แต่หลายปีที่ผ่านมา การรัฐประหารทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ผู้คนล้มตายจากความขัดแย้ง แม้แต่นายพลที่ถูกเชิดให้ทำรัฐประหารยังกลับใจมาเป็นนักการเมืองในสภา คุณสุเทพไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยหรือ ?

นอกจากคำถาม 13 ข้อที่ถามไปยังคุณสุเทพแล้ว ผมขอฝากถามคำถามทั้งหมดนี้ไปยัง "คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" และ "พรรคประชาธิปัตย์" ว่ามาถึงนาทีนี้ "พรรคประชาธิปัตย์" ที่อ้างว่าเป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย จะยังนิ่งเฉยต่อการกระทำของคุณสุเทพเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ ?

หรือ "พรรคประชาธิปัตย์" พร้อมจะทำได้ทุกอย่างกับประเทศชาติ เพียงแค่หวังให้ตนได้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง แม้ว่าอำนาจนั้นอาจจะมีได้สั้นๆ แค่ไม่กี่ปีหรือกี่วัน ?

ผมและคนไทยอีกหลายคน รอฟังคำตอบอยู่ครับ

วีรพัฒน์ ปริยวงศ์
1 ธันวาคม 2556

---


นอกจากคำถาม 13 ข้อนี้ ผมฝากข้อเสนอ ไปรษณียบัตร 'ไทยอดทน' ให้คนไทยทุกคน อ่านต่อได้ที่https://www.facebook.com/verapat/posts/10200547708249361

ถาม10ข้อคุณเป็นส่วนหนึ่งของระบอบทักษิณหรือไม่

รูปภาพ


1.ใช่ ฉันจ่ายสินบนจ่าเวลาทำผิดกฎจราจรแทนที่จะไปเสียค่าปรับที่โรงพัก
2.ใช่ ฉันจ่ายค่าแปะเจี๊ยะ-เส้นสายเพื่อให้ลูก หรือคนในครอบครัวเข้าเรียนชั้นต่างๆ
3.ใช่ ฉันกราบพระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และบนว่าหากสมหวังจะแก้บน
4.ใช่ ฉันจ่ายสินบนเพื่อเบิกทางเข้าทำงาน เลื่อนขั้น โยกย้าย
5.ใช่ ฉันจ่ายสินบนเพื่อแลกกับการได้งาน ธุรกิจจากหน่วยราชการ หน่วยงานต่างๆ
6.ใช่ ฉันจ่ายเพื่อเอนเตอร์เทนคู่ค้า ลูกค้า คู่ธุรกิืจเพื่อแลกกับผลประโยชน์
7.ใช่ ฉันจ่ายให้แพทย์ สถานพยาบาลเป็นพิเศษเพื่อแลกกับการรักษาแบบพิเศษ
8.ใช่ ฉันจ่ายสินบนให้ผู้มีตำแหน่งทางการเมือง ผู้มีตำแหน่งระดับสูงเพื่อได้งาน
9.ใช่ ฉันจ่ายสินบน ของกำนัล ของฝากแก่คนที่มีอำนาจเพื่อธุรกิจ
10.ใช่ ฉันจ่ายทางวัด สัปเหร่อเป็นพิเศษเวลามีงานศพคนในครอบครัวฉัน

หากคุณตอบว่า ไม่ ทั้ง 10 ข้อ คุณคือตัวจริงของความโปร่งใส
หากคุณตอบว่า ใช่ ไม่เกิน 5 ข้อ คุณส่งเสริมการคอรัปชั่น
หากคุณตอบว่าใช่ เกิน 5 ข้อ คุณอยู่ในวงจรคอร์รัปชั่น
หากคุณตอบว่าใช่ เกือบ 10 ข้อ คุณคือดัดจริตชนแห่งสตอบอแหลแลนด์ 
ที่บอกว่าตัวเองเป็นคนดีต้องการขจัดนักการเมืองโกง 
แต่คุณเป็นพวก"ระบอบทักษิณ"ที่คุณบอกว่ารังเกียจ

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

VoiceTV: สื่อนอกเสนอ 3 วิธีช่วยไทยรอดวิกฤตม็อบยึดเมือง

 

วันจันทร์, ธันวาคม 02, 2556

VoiceTV: สื่อนอกเสนอ 3 วิธีช่วยไทยรอดวิกฤตม็อบยึดเมือง


ที่มา VoiceTV
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์



สื่อต่างประเทศเสนอ 3 แนวทางสำคัญในการนำพาประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตการเมืองครั้งนี้ โดยเรียกร้องให้ฝ่ายค้านยุติการต่อสู้ในแนวทางไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนรัฐบาลก็ต้องไม่ยึดมั่นในการกุมเสียงส่วนใหญ่จนไม่สนใจปัญหาคอรัปชั่น

The Economist นิตยสารด้านการเมืองชื่อดังของโลก ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับสถานการณ์การประท้วงในประเทศไทย โดยแสดงความกังวลว่าการเมืองไทยกำลังกลับไปสุ่ยุคของความรุนแรงและการไม่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยอีกครั้ง และการยุบสภาหรือลาออกของรัฐบาลก็จะไม่ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย เนื่องจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยน่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอยู่ดี แม้จะสูญเสียคะแนนนิยมไปบ้างจากการสนับสนุนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง

Economist จึงเสนอทางออก 3 ประการสำหรับทุกฝ่ายที่มีส่วนในความขัดแย้งครั้งนี้ ประการแรกฝากถึงฝ่ายต่อต้านรัฐบาล Economist เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำฝ่ายต้านรัฐบาล ยุติแนวทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตยทุกชนิดในการต่อสู้เพื่อโค่นล้มรัฐบาล โดยย้ำว่าประชาธิปัตย์ควรยกเลิกพฤติกรรมการชื่นชมระบอบรัฐสภาเฉพาะเมื่อผลออกมาเป็นตามที่ตัวเองต้องการ แล้วหันไปหาแนวทางอื่นๆอย่างการออกไปเล่นการเมืองข้างถนน ใช้ศาลเป็นเครื่องมือ หรือโทรหากองทัพ หากผลไม่เป็นไปตามที่หวังได้แล้ว

ส่วนข้อเสนอประการที่สอง Economist เรียกร้องให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยุติการใช้คะแนนนิยมจากประชาชนเป็นเพียงเครื่องมือในการชนะเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาล ให้เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร และหันมาปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจัง

ข้อเสนอสุดท้าย Economist ฝากไปถึงฝ่ายอำมาตย์ในเมืองไทย ให้เลิกเข้ามาสอดแทรกการเมือง และเคารพในบทบาทขององค์กรการเมืองต่างๆตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงสนับสนุนให้มีการปฎิรูปรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทย นอกจากจะมีความไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่หลายประการ ยังรวมศูนย์อำนาจไว้ที่รัฐบาลมากเกินไป จนเป็นต้นเหตุของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรื้อรังมานาน และอาจยังทำให้เกิดความรุนแรงในลักษณะคล้ายคลึงกันในภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของคนเสื้อแดงได้ในอนาคต
1 ธันวาคม 2556 เวลา 18:22 น.

ปฏิวัติเงียบ:หยุดการบริหารประเทศด้วยการเจรจา

รูปภาพ : ตั้งชื่อ...  จะเรียกปรากฏการณ์ ผบ.เหล่าทัพ เชิญ นายกฯ ปู กับ นาย สุเทพ มาเจรจา หาทางออกร่วมกัน เมื่อค่ำ1ธค.ในค่ายทหาร ครั้งนี้ ว่าอะไร หาก ไม่ใช่ ปฏิวัติเงียบ ปฏิวัติซ่อนรูป เพราะทหารมีเจตนาดี หาทางออก ลดการสูญเสีย....มีนายทหารฝ่ายเสธ.แนะอย่าเรียก ปฏิวัติเงียบ แต่้คือ"การหยุดการบริหารประเทศด้วยการเจรจา"Halt and Power off by Negotiation (HPN) หรือปฏิรูป...เงียบๆ.work ปะ รอดูหัวข่าวหนังสือพิมพ์ เช้า 2ธค.แล้วกัน
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 ธันวาคม 2556

1 ธันวาคม 2556

16.30 สุเทพ เทือกสุบรรณ ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ทุกช่อง ยกเว้นช่อง 11 โดยสรยุทธ์ สุทัศนะัจินดา กล่าวทางช่อง 3 ว่า เป็นการถ่ายทอดสด"ตามที่เจรจากันไว้"

18.55 ฝ่ายรัฐบาล นำโดยพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ออกแถลงโดยไม่มีนายกฯยิ่งลักษณ์ ร่วมแถลงข่าว

20.30 ผู้นำ3เหล่าทัพเชิญนายกฯยิ่งลักษณ์กับนายสุเทพเข้าพบเจรจาในค่ายทหาร ในภายหลังนายสุเทพแถลงว่าได้ยื่นคำขาดให้ยิ่งลักษณ์พ้นอำนาจภายใน 48 ชั่วโมง

24.00 วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร โพสต์ลงfacebook Wassana Nanuam ถึงเบื้องหลังเหตุการณ์ข้างต้นว่า นี่คือ "การหยุดการบริหารประเทศด้วยการเจรจา"Halt and Power off by Negotiation (HPN) หรือปฏิรูป...เงียบๆ

ตั้งชื่อ...
จะเรียกปรากฏการณ์ ผบ.เหล่าทัพ เชิญ นายกฯ ปู กับ นาย สุเทพ มาเจรจา หาทางออกร่วมกัน เมื่อค่ำ1ธค.ในค่ายทหาร ครั้งนี้ ว่าอะไร หาก ไม่ใช่ ปฏิวัติเงียบ ปฏิวัติซ่อนรูป เพราะทหารมีเจตนาดี หาทางออก ลดการสูญเสีย....มีนายทหารฝ่ายเสธ.แนะอย่าเรียก ปฏิวัติเงียบ แต่้คือ"การหยุดการบริหารประเทศด้วยการเจรจา"Halt and Power off by Negotiation (HPN) หรือปฏิรูป...เงียบๆ.work ปะ รอดูหัวข่าวหนังสือพิมพ์ เช้า 2ธค.แล้วกัน
กองกลาง...ไม่ใช่ แค่คนกลาง แต่เป็น กองกลาง มากันทั้งกองทัพ เพราะ ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ ผบทบ.คนเดียว ที่มาเป็นคนกลาง เชิญ นายกฯปู และ นายสุเทพ มาพบ เจรจากัน แต่ มี ผบ.เหล่าทัพ มาด้วย.....พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวหลังการเจรจา ว่า ให้ รอถาม นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เองว่า การเจรจา เป็นอย่างไร ตัดสินใจอย่างไร. ยัน ผบ.เหล่าทัพ และ ตนเอง ทำเพื่อ ชาติ ประเทศ และประชาชน ไม่อยากให้ปะทะสูญเสีย

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีศึกษาธิการโพสต์ในfacebookว่า "สิ่งที่คุณสุเทพเสนอนั้นขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง จึงไม่มีใครสามารถทำให้เกิดขึ้นได้โดยไม่มีการทำการรัฐประหาร ท่าทีของทุกท่านที่ร่วมหารือจึงจะไม่มีผลใดๆทางกฎหมาย แต่จะมีความหมายอย่างมากทางการเมืองครับ"


สวัสดียามดึกครับ

ฟังคุณสุเทพพูดรอบบ่ายเสร็จ ผมก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปหลายช่องแล้ว พอมาฟังคุณสุเทพแถลงเรื่องไปพบท่านนายกฯกับผบ.เหล่าทัพมา ยังไม่มีโอกาสให้สัมภาษณ์สื่อไหนเลย คงเพราะดึกแล้ว ก็เลยขอแสดงความเห็นไว้สั้นๆครับ

ฟังดูก็รู้สึกว่าสิ่งที่คุณสุเทพพูดส่วนใหญ่คงจะเป็นความจริงเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่คุณสุเทพต้องการก็เป็นเหมือนกับที่คุณสุเทพพูดมาก่อนหน้านี้ทุกอย่างไม่มีอะไรใหม่ แต่สิ่งที่คนสนใจก็คือรัฐบาลจะว่าอย่างไร คิดว่าพรุ่งนี้ก็คงมีการชี้แจง

แต่ข้อหนึ่งที่อยากให้ความเห็นไว้ในขั้นนี้ก่อนก็คือสิ่งที่คุณสุเทพเสนอนั้นขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง จึงไม่มีใครสามารถทำให้เกิดขึ้นได้โดยไม่มีการทำการรัฐประหาร ท่าทีของทุกท่านที่ร่วมหารือจึงจะไม่มีผลใดๆทางกฎหมาย แต่จะมีความหมายอย่างมากทางการเมืองครับ

ติดตามกันพรุ่งนี้ครับ

ขณะที่ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการ ได้โพสต์ในfacebookว่า หลังการเจรจาหนนี้ มีตัวแทนฝ่ายชุมนุมขึ้นกล่าวบนเวทีให้ผู้ชุมนุมที่บุกล้อมบช.น.กลับมาก่อนเพราะ 
"ลุงสุเทพเรียกกลับมา บอกว่า หยุดปฏิบัติการก่อน กำลังเจรจา"
พอดีมีเพื่อนบางคน เขียนถึง "ข่าวลือ" ในคอมเม้นท์ ในกระทู้ข้างล่าง เรื่องการพบระหว่างยิ่งลักษณ์-สุเทพ ทำนองว่า ทาง "ราชสำนัก" ต้องการให้เรืองยุติก่อนวันที่ 5 ธันวา (บทบาทประยุทธ ทีเป็น "เจ้าภาพ" นี่ก็น่าสนใจ ในแง่ที่เชื่อกันว่า เขามีความใกล้ชิดราชสำนัก - อันนี้ ผมเพิ่มเติมเอง)

เรืองนี้ แม้จะเป็น "ข่าวลือ" แต่จะว่าไปก็มีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกันนะ เพราะแม้งานใหญ่ มหาสมาคม จะไปทำที่หัวหินแล้ว แต่ว่า ถ้ายังมีม็อบ มีเหตุการณ์ไม่สงบอยู่ในกรุงเทพ ในวันที่ 5 ทาง "ราชสำนัก" ก็อาจจะไม่แฮ้ปปี้ก็ได้
.......
รุ่งเช้า 2 ธันวาคม 2556

ยังไม่มีถ้อยแถลงที่เป็นทางการจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

การ์ตูน: แมวกับหน้าผา

ที่มา Andrew MacGregor Marshall

"We all know the classic scene from cartoons: the cat reaches a precipice, but it goes on walking, ignoring the fact that there is no ground under its feet; it starts to fall only when it looks down and notices the abyss." — Slavoj Žižek

Suthep Thaugsuban is the cartoon character. Goodbye.



"เราทุกคนรู้จักฉากจากการ์ตูนคลาสสิค: แมวมันเดินอย่างทองไม่รู้ร้อนจนถึงหน้าผา แต่มันจะเดินไปเรื่อย ๆโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงที่ว่าพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของมันไม่มีแล้ว เบื้องล่างว่างเปล่า พอหันมามองดูข้างล่างเมื่อตัวเองเริ่มตก สังเกตเห็นเหวนรก."

สุเทพก็คือตัวการ์ตูนนั้น กู๊ดบาย

วันอาทิตย์, ธันวาคม 01, 2556

13 คำถาม ต่อคำแถลงล่าสุดของคุณสุเทพในนาม กปปส.

ที่มา วีรพัฒน์ ปริยะวงศ์ เฟสบุ๊ค



ผม 'วิเคราะห์' และ 'ตั้งคำถาม' ต่อคำแถลงล่าสุดของคุณสุเทพในนาม กปปส. ดังนี้

1. คุณสุเทพ แถลงว่าได้ไปพบ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ แต่ยอมไปพบเพราะเป็นการพบต่อหน้าผู้นำ 3 เหล่าทัพ แสดงว่าคุณสุเทพไม่ได้เคารพผู้นำประเทศจากประชาชน แต่คุณสุเทพเลื่อมใสและต้องการประเทศให้มีผู้นำเป็นทหาร ใช่หรือไม่ ?

2. คุณสุเทพ ยอมรับความพ่ายแพ้กลายๆ ว่าวันที่ 1 ธ.ค. ไม่ใช่วันชัยชนะที่ประกาศไว้ เพราะยังขอต่อเวลาอีก 2 วัน ซึ่งเท่ากับว่าคำพูดคุณสุเทพไม่มีความหมาย เลื่อนลอยผัดวันประกันพรุ่งไปได้เรื่อยๆ ใช่หรือไม่ ? แล้วคุณสุเทพจะต่อเวลาหลอกล่อผู้ชุมนุมไปอีกกี่วันกี่เดือน ?

3. คุณสุเทพบอกว่ารัฐบาลเป็นกบฏต่อรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากกบฎเป็นกันได้ง่ายเช่นนี้ แล้วคุณสุเทพที่ไม่เห็นด้วยและไม่เคารพรัฐบาลและรัฐสภา อีกทั้งเรียกร้องสภาซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ตลอดจนสั่งปิดทุกกระทรวง ทบวง กรม ยกเว้นศาลกับกองทัพ ก็เท่ากับคุณสุเทพกบฏด้วย ใช่หรือไม่ ? หรือประเทศนี้ อำนาจสูงสุดอยู่ที่ ศาล และกองทัพ ?

4. คุณสุเทพอ้างคำว่า "เหล่ามวลมหาประชาชน" ที่ "หมดความอดทน" ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ประเทศไทยมี 67 ล้านกว่าคน แล้วอีกหลาย 60 ล้านคน ทำไมเขาไม่ออกมากับคุณสุเทพ ? หรือเป็นเพราะว่าเขาเป็น "ไทยอดทน" ที่จะปกครองประเทศนี้ไปตามกติกา

5. คุณสุเทพย้ำว่าไม่พอใจกับการยุบสภา หรือลาออก แต่อ้างต่อว่าต้องให้ "สภาประชาชน" เข้ามาจัดการประเทศเสียก่อน แล้วจึงจะยอมให้มีการกลับไปสู่การเลือกตั้งตามกติกา แสดงว่าคุณสุเทพยอมรับว่า "สภาประชาชน" ที่ว่าเป็นการผิดกติกาประชาธิปไตยใช่หรือไม่ ?

6. คุณสุเทพอ้าง "สภาประชาชน" ประหนึ่งเป็นสิ่งวิเศษที่จะเข้ามาจัดการประเทศ ให้มี "ประชาธิปไตยสมบูรณ์" แต่เหตุใดคุณสุเทพไม่เคยอธิบายว่าสภานี้มาจากไหน เลือกกันอย่างไร จัดการประเทศอย่างไร และจะอยู่ในอำนาจนานแค่ไหน ? "ประชาธิปไตยสมบูรณ์" คืออะไร ? ถ้าพรรคเพื่อไทย หรือคนเสื้อแดง จะตั้งสภาประชาชนบ้าง และจะแก้ไขจัดการประเทศโดยการจัดการกับคุณสุเทพ แล้วเราจะใช้สภาประชาชนสภาไหน ? และอะไรคือหลักประกันว่า "สภาประชาชน" จะไม่ได้สร้างสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า "ระบอบทักษิณ" ที่คุณสุเทพอ้าง ?

7. คุณสุเทพอ้างประหนึ่งว่าการเสียชีวิตที่รามคำแหง เป็นฝีมือรัฐบาล คุณสุเทพทราบหรือไม่ว่า มีคนเสียชีวิตหลายราย จากการปะทะกันระหว่างประชาชน โดยบางรายเป็นนักศึกษา บางรายเป็นคนเสื้อแดง แล้วหลักฐานว่ารัฐบาลลงมือ อยู่ที่ไหน ?

8. คุณสุเทพอ้างว่า ถ้าตำรวจวางอาวุธ ประชาชนจะอ้าแขนรับ แต่คุณสุเทพทราบหรือไม่ว่า ตำรวจทำงานอย่างอดทนที่สุด ไม่ใช้อาวุธ มีเพียงอุปกรณ์คุมการชุมนุมเท่าที่จำเป็น ? และคุณสุเทพไม่ทราบหรือว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่เป็นกำลังให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากอันธพาล ?

9. คุณสุเทพอ้างว่าจำเป็นต้องเดินขบวนประชิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อบอกให้ตำรวจไม่ใช้กำลัง แต่วันนี้คุณสุเทพยึดเวลาสื่อมวลชนได้แล้ว เหตุใดไม่ใช้วิธีประกาศผ่านสื่อ ? และคุณสุเทพกำลังพูดโกหกขัดแย้งกับที่เคยประกาศว่าจะเข้ายึดควบคุมสถานที่ราชการหรือไม่ ?

10. คุณสุเทพอ้างว่า ผบ.ทบ. ไม่ต้องการให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย แล้วอ้างประหนึ่งว่ากองทัพเข้าขางคุณสุเทพ แต่คุณสุเทพก็รู้ดีว่ารัฐบาลก็ไม่ต้องการให้ใครบาดเจ็บล้มตาย แล้วเหตุใดคุณสุเทพจึงยังพาประชาชนไปยั่วยุกดดันเจ้าหน้าที่และประชาชนกลุ่มอื่นจนเกิดความเสี่ยงต่อประชาชนทุกฝ่าย ? ใครกันแน่ที่ต้องการให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย ?

11. คุณสุเทพประกาศว่าพร้อมรับโทษตามกฎหมาย แต่คุณสุเทพเคยถามประชาชนคนอื่นที่ออกมาชุมนุมหรือยังว่าเขาพร้อมรับโทษกับคุณสุเทพหรือไม่ ? และเมื่อไหร่จึงจะยอมรับโทษ ?

12. คุณสุเทพประกาศเน้นให้ข้าราชการหยุดงานพร้อมกัน คุณสุเทพคิดหรือไม่ว่า ข้าราชการเขามีหน้าที่ทำงานรับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้ความต้องการทางการเมืองของคุณสุเทพ ?

13. คุณสุเทพอ้างว่าจะจัดการกับ "ระบอบทักษิณ" ซึ่งก็เป็นข้ออ้างเดียวกับ รัฐประหาร 2549 แต่หลายปีที่ผ่านมา การรัฐประหารทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ผู้คนล้มตายจากความขัดแย้ง แม้แต่นายพลที่ถูกเชิดให้ทำรัฐประหารยังกลับใจมาเป็นนักการเมืองในสภา คุณสุเทพไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยหรือ ?

นอกจากคำถาม 13 ข้อที่ถามไปยังคุณสุเทพแล้ว ผมขอฝากถามคำถามทั้งหมดนี้ไปยัง "คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" และ "พรรคประชาธิปัตย์" ว่ามาถึงนาทีนี้ "พรรคประชาธิปัตย์" ที่อ้างว่าเป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย จะยังนิ่งเฉยต่อการกระทำของคุณสุเทพเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ ?

หรือ "พรรคประชาธิปัตย์" พร้อมจะทำได้ทุกอย่างกับประเทศชาติ เพียงแค่หวังให้ตนได้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง แม้ว่าอำนาจนั้นอาจจะมีได้สั้นๆ แค่ไม่กี่ปีหรือกี่วัน ?

ผมและคนไทยอีกหลายคน รอฟังคำตอบอยู่ครับ

วีรพัฒน์ ปริยวงศ์
1 ธันวาคม 2556

---


นอกจากคำถาม 13 ข้อนี้ ผมฝากข้อเสนอ ไปรษณียบัตร 'ไทยอดทน' ให้คนไทยทุกคน อ่านต่อได้ที่https://www.facebook.com/verapat/posts/10200547708249361

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

มติชนวิเคราะห์ ... วิกฤตแหลมคม รอเวลา"แตกหัก" วัดดวง"รัฐบาลเพื่อไทย"

 

มติชนวิเคราะห์ ... วิกฤตแหลมคม รอเวลา"แตกหัก" วัดดวง"รัฐบาลเพื่อไทย"

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 13:00:02 น.

  








การชุมนุมไล่ระบอบทักษิณ ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกลุ่มอดีต ส.ส.ปชป. ดำเนินมาจนถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน 

ขยายตัวด้วยการผนึกเข้ากับผู้ชุมนุมอีก 2 เวทีคือ กลุ่ม คปท. ที่แยกนางเลิ้ง และ กปท. หรือกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ ที่สะพานผ่านฟ้า 

กลายเป็น 3 เวที ผสมกับเงื่อนไขจากร่าง พ.ร.บ.สุดซอย เรียกมวลมหาประชาชนออกมาร่วมได้อย่างเหนียวแน่นต่อเนื่อง 

ไฮไลต์ในห้วงหลังของเดือน อยู่ที่การระดมครั้งใหญ่ จนผู้ชุมนุมเนืองแน่นเต็มพื้นที่ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน

จากนั้นเร่งเครื่อง ดาวกระจายไปยังกระทรวงต่างๆ มีเป้าอยู่ที่การให้ข้าราชการหยุดงาน และ "ชัตดาวน์" ราชการทั้งระบบ 

ผลจากการดาวกระจาย ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปิดเวทีเพิ่มได้ที่ลานกระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 

ก่อนกรีธาม็อบเข้ายึดศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา 

วันที่ 28 พฤศจิกายน กลุ่ม กปท. บุกไปยังย่านปทุมวัน ปิดล้อมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตัดไฟ ขณะที่ ผบ.ตร.สั่งระดมกำลังตำรวจตรึงประตูรั้วไว้อย่างเต็มที่ 

วันที่ 29 พฤศจิกายน กลุ่ม คปท.ลุยเข้าไปในสนามหน้าอาคาร บก.ทบ. พร้อมกับเรียกร้องขอทราบจุดยืนของกองทัพบก 

ขณะเดียวกัน มีผู้ชุมนุมไปรวมตัวที่หน้าพรรคเพื่อไทย ปราศรัยโจมตีการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และการไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ 

และเตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ เพื่อปิดเกมขั้นแตกหัก ในวันที่ 29 และ 30 พฤศจิกายน 



หลังจากมีคำถามว่า แนวทางการเมืองของกลุ่มผู้เคลื่อนไหวคืออะไร นายสุเทพ ได้ปราศรัยเปิดเผยว่า หากล้มระบอบทักษิณได้ จะดำเนินการปฏิรูปการเมือง 6 ข้อดังนี้ 

1.ให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ให้คนชั่วเข้ามา 

2.เปลี่ยนแปลงประเทศไทยไม่ให้ทุจริต คอร์รัปชั่น เพราะนักธุรกิจการเมือง นายทุนสามานย์ ถอนทุนเมื่อชนะเลือกตั้ง ต้องแก้กฎหมายคดีคอร์รัปชั่นต้องไม่มีอายุความ

3.ให้นักการเมืองเคารพอำนาจประชาชนอย่างแท้จริง ต้องมีบทบัญญัติที่ให้ประชาชนมีอำนาจในการเมืองการปกครอง ถอดถอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ทุกจังหวัดต้องได้เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดเหมือนกรุงเทพมหานคร 

4.ต้องปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ เป็นตำรวจของประชาชน กตร. หรือคณะกรรมการตำรวจจึงต้องเป็นประชาชน ไม่ใช่ตำรวจด้วยกันหรือข้าราชการ พอกันที ตำรวจมาลอยหน้าลอยตาบอกว่า "ได้ดีวันนี้ เพราะพี่ให้" ตำรวจต้องอยู่ใต้ผู้ว่าราชการจังหวัด 

5.ต้องออกแบบระบบกฎหมายว่าข้าราชการต้องเป็นข้าราชการในระบบคุณธรรม ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์เล่นพรรคเล่นพวก 

6.การศึกษา สังคม สาธารณสุข ขนส่งต้องเป็นวาระแห่งชาติ เลิกประชานิยมทั้งหลาย ใครมาเป็นรัฐบาลต้องทำ ไม่ใช่ใครเป็นรัฐบาลทำตามอำเภอใจ ไม่สนใจเป้าหมายของชาติ

ส่วนแผนทางการเมือง จะตั้ง สภาประชาชน และให้มีรัฐบาลที่มาจากคนดี 

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แถลงข่าวผ่านทีวีพูล เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน เรียกร้องให้ยุติการชุมนุม คืนสถานที่ราชการ และรัฐบาลพร้อมเปิดเวทีเพื่อให้มีการเจรจา 

แต่นายสุเทพ ปฏิเสธ ยืนยันไม่เจรจา ไม่พูดคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างสิ้นเชิง 

และจะยกระดับการเคลื่อนไหวให้แรงยิ่งขึ้น เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณ โดยไม่สนใจว่ารัฐบาลจะยุบสภา หรือลาออก

ยืนยันจะเดินในแนวทางที่ประกาศไว้ 6 ข้อ 



ท่าทีจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ถือว่าน่าพิจารณาเช่นกัน

หลังจากนายสุเทพเข้ายึดกระทรวงการคลัง แกนนำของพรรค คือนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค กทม. ให้สัมภาษณ์ไม่เห็นด้วย ทำให้นายสุเทพ ตอบโต้ด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง 

ขณะเดียวกัน มีข้อเสนอในพรรคว่า ส.ส.ทั้งหมดน่าจะลาออกเพื่อไปร่วมการเคลื่อนไหวกับนายสุเทพ แบบสุดซอย 

วันที่ 29 พฤศจิกายน พรรค ปชป.ประชุมยาว 5 ชั่วโมง ก่อนลงมติไม่ลาออก ด้วยเหตุผลว่า ช่วงเวลาไม่เหมาะสม แต่ยืนยันสนับสนุนการต่อสู้เพื่อล้มระบอบทักษิณ 

ส่วนข้อเสนอขอเจรจาของนายกฯยิ่งลักษณ์ นายอภิสิทธิ์ระบุว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ไม่มีสิทธิเป็นคนกลาง เพราะหมดความชอบธรรม เนื่องจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ 

และนายกฯไม่มีสิทธิเจรจาต่อรอง เพราะเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง 

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวว่า พรรคจะปฏิรูปตัวเอง นำคนภายนอกเข้ามีส่วนร่วม เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น 

เป็นท่าทีซึ่งแม้จะไม่ร่วมหัวจมท้ายกับนายสุเทพแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ขัดแย้งกับแนวทางของนายสุเทพ



นับเป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนและยุ่งยากสำหรับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย

เพราะดูเหมือนจะทำได้เพียงแค่ควบคุมมิให้สถานการณ์บานปลาย โดยใช้กำลังตำรวจเข้ารักษาการณ์ และห้ามมิให้ใช้อาวุธและใช้ความรุนแรง 

ส่วนกองทัพ ยังแน่นเหนียวกับท่าทีที่ตั้งมั่นในกรมกอง แม้จะมีข่าวสะพัดหลายทิศทาง

ขณะที่ นปช.เอง ระดมคนเสื้อแดงชุมนุมที่สนามราชมังคลาฯด้วยท่าทีระมัดระวังอย่างสูงและเตรียมยกระดับการชุมนุมเป็นม็อบใหญ่ในวันที่ 30 พฤศจิกายน เพื่อคานกับม็อบค้านรัฐบาล 

กลายเป็นสถานการณ์ที่เหมือนกับสะสมพลังงาน รอการปะทุระเบิด 

ท่ามกลางความห่วงใยจากประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย ที่เรียกร้องให้งดการใช้ความรุนแรง ให้เจรจากันด้วยหลักสันติวิธี 

รวมถึงเลขาธิการสหประชาชาติ บัน คี มุน ออกแถลงการณ์ จากกรุงนิวยอร์ก สหรัฐ แสดงความกังวลถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ร้องทุกฝ่ายยึดอยู่บนความอดกลั้นและไม่ใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ยังกังวลถึงการยึดหน่วยงานราชการต่างๆ ในประเทศด้วย 

ส่วนข้อเสนอของพลังฝ่ายเป็นกลาง ซึ่งเหลืออยู่ไม่มากนัก ในสถานการณ์ที่แหลมคม เห็นพ้องว่ารัฐบาลจะต้องตัดสินให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง 

อาทิ กลุ่ม อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ - นิธิ เอียวศรีวงศ์ เสนอให้ทำประชามติขอแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แล้วยุบสภา

ซึ่งก็ยังไม่ตรงกับแนวทางของกลุ่มผู้ชุมนุม 

ที่ต้องจับตาคือ ข้อเสนอของกลุ่ม 40 ส.ว. นำโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายคำนูณ สิทธิสมาน นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา และ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.

เรียกร้องนายกรัฐมนตรี 5 ข้อ สาระบางตอนระบุว่า ให้รัฐบาลยอมรับว่า การเมืองระบอบทักษิณไม่เป็นที่ยอมรับ และเป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย 

และให้นายกฯและบุคคลในตระกูลชินวัตรต้องเสียสละ ด้วยการให้สัญญาประชาคมว่าจะไม่เกี่ยวกับการเมืองไม่ว่าโดยตรงหรือผ่านตัวแทน

รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะเลือก "ทางออก" จากวิกฤตนี้ในจังหวะเวลาใดและลักษณะไหนยังไม่ชัดเจน 

ขณะที่อุณหภูมิดูเหมือนจะถูกเร่งให้ร้อนขึ้นเรื่อยๆ

.................

 

 

(ที่มา:มติชนรายวัน 1 ธ.ค. 2556)

จดหมายจาก "ยุกติ มุกดาวิจิตร" ถึง อาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์

 

จดหมายจาก "ยุกติ มุกดาวิจิตร" ถึง อาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 12:10:03 น.

  


ยุกติ มุกดาวิจิตร
 


ชัยวัฒน์ สถาอานันท์


จดหมายถึงอาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์

29 พฤศจิกายน, 2013 - 23:03 | โดย yukti mukdawijitra

 อาจารย์ชัยวัฒน์ครับ ผมยินดีที่อาจารย์ออกมาแสดงความเห็นในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้ นี่ย่อมต้องเป็นสถานการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดจริงๆ ไม่เช่นนั้นอาจารย์ก็จะไม่แสดงความเห็นอย่างแน่นอน ดังเช่นเมื่อปี 2553 เหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่มีผู้เสียชีวิต 90 กว่าคน บาดเจ็บเกือบ 2,000 คน อาจารย์ก็ยังเงียบงันจนผมสงสัยและได้เคยตั้งคำถามอาจารย์ไปแล้วว่า "นักสันติวิธีหายไปไหนในภาวะสงคราม" 

 แต่ไม่เป็นไรครับ มาคราวนี้ อาจารย์ออกมาแสดงความเห็น ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับสังคมไทยในสภาวะสุ่มเสี่ยงขณะนี้เป็นอย่างยิ่ง กระนั้นก็ตาม ผมมีข้อสงสัยอยู่ว่า ที่อาจารย์สรุปในข้อแรกของจดหมายถึงนายสุเทพว่า การเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณเป็นสันติวิธี จนทำให้คนเอาไปใช้อ้างสนับสนุนนายสุเทพกันไปทั่วนั้น จะเป็น "อสันติวิธี-วิหิงสา-อนารยะขัดขืน" ตั้งแต่ต้นเสียมากกว่าหรือเปล่า 

 ผมเข้าใจว่าอาจารย์ได้ติติงนายสุเทพไว้ในข้อท้ายๆ ของจดหมายอยู่พอสมควร แต่ก็ยังสงสัยว่า การเคลื่อนไหวของนายสุเทพเป็นสันติวิธีแต่แรกแล้วอาจจะกลับกลายเป็นอสันติวิธี หรือเป็นการเคลื่อนไหวที่ผิดหลักการสันติวิธีตั้งแต่แรกเริ่มมาแล้วกันแน่ อาจารย์ครับ อาจารย์เป็นครูที่ผมเคารพ และเป็นปรมจารย์ของสันติวิธีในประเทศไทย ผมจึงขอความรู้จากอาจารย์ดังนี้ 

 ข้อแรก ผู้ใช้สันติวิธีจะต้องเป็นผู้รักสันติด้วยหรือไม่ กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้มีประวัตินิยมความรุนแรง สั่งการให้มีการใช้กำลังทหารและอาวุธสงครามสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากในเดือนเมษายน-พฤษภาคมปี 2553 แล้วขณะนี้กลับมานำมวลชน ต่อสู้เพื่อล้มระบอบทักษิณ ด้วยวิธีการที่คล้ายกับสันติวิธี จะถือว่าใช้สันติวิธีได้หรือไม่ หรือใครก็เป็นนักสันติวิธีได้ตราบใดที่เขาใช้หันมาใช้วิธีการต่อสู้อย่างสันติ แม้ว่าเขาจะเคยใช้ความรุนแรงอย่างร้ายกาจต่อประชาชนมือเปล่าผู้บริสุทธิ์มากมายจนประจักษ์แก่ตาชาวโลกไปทั่วแล้วก็ตาม อาจารย์เชื่อจริงๆ หรือครับว่านายสุเทพเป็นคนรักสันติ 

 ข้อต่อมา เท่าที่ผมเข้าใจ สันติวิธีใช้ต่อสู้เพื่อชนผู้ไร้อำนาจต่อรอง สันติวิธีใช้เพื่อต่อกรกับผู้ใช้อำนาจครอบงำ สันติวิธีเป็นอำนาจของชนชั้นผู้ยากไร้ ด้อยอำนาจ ไร้พลังต่อต้านด้วยวิธีอื่น แต่ผมแน่ใจได้ว่า การต่อสู้ของนายสุเทพและพรรคพวกไม่ได้เป็นไปเพื่อคนยากไร้ คนด้อยอำนาจตั้งแต่แรกก่อตั้งขบวนการอย่างแน่นอน การต่อสู้ของนายสุเทพและพรรคพวกได้รับการสนับสนุนจากคนมีอำนาจ อยู่ในกลุ่มชนชั้นนำทางสังคมและการเมือง เช่น นักวิชาการที่สนับสนุนการรัฐประหาร ชนชั้นกลางและชนชั้นนำที่มีรายได้สูงจำนวนมาก และยังชนชั้นสูงจากระบอบเก่าอีกกลุ่มหนึ่ง คนเหล่านี้ต่อสู้เพื่อคงอำนาจจนถึงราชศักดิ์ของตนไว้มากกว่าต่อสู้เพื่อคนด้อยอำนาจไม่ใช่หรือ ซ้ำร้าย คนเหล่านี้ยังดูถูกชนชั้นล่างๆ ลงมาในสังคม ว่าไร้การศึกษา โง่เป็นควาย ตั้งแต่แรกเริ่มการต่อสู้ อย่างนี้แล้วการต่อสู้ของนายสุเทพและขบวนการนกหวีดจะเป็นสันติวิธีได้ด้วยหรือ 

 ข้อสาม ขณะนี้ประเทศเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องใช้สันติวิธีล้มล้างอำนาจรัฐกันแล้วหรือหรือ สันติวิธีจะใช้เมื่อไม่มีวิธีอื่นใดที่สันติกว่าหลงเหลืออยู่ในการต่อสู้อีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่ แต่ขณะนี้เรามีรัฐสภา มีรัฐธรรมนูญ มีองค์กรทางการเมืองอีกมากมาย เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระต่างๆ ศาลยุติธรรม ฯลฯ องค์กรเหล่านี้ง่อยเปลี้ย ไม่มีอำนาจ ถูกครอบงำจากพลังชั่ว ไม่สามารถคงความยุติธรรมได้แล้วจริงหรือ หากเราไม่เชื่อถือในสถาบันทางการเมืองใดๆ เลย แล้วใช้วิธีการที่ใกล้เคียงกับสันติวิธีไปเรื่อยๆ เพื่อล้มล้างทำลายสถาบันทางการเมืองไปจนถึงขีดสุด สันติวิธีจะยังเป็นวิธีการที่ถูกนำมาสร้างสันติสุขอยู่อีกหรือ เราต้องถามด้วยหรือไม่ว่า เมื่อใดกันที่สันติวิธีมีความชอบธรรม หรือเมื่อใดก็ได้ ใครก็ได้ จะใช้เพื่ออะไรหรือเพื่อใครก็ตาม หากใช้วิธีการคล้ายๆ สันติวิธีแล้ว ก็ล้วนเป็นสันติวิธีหมดหรือ 

 ข้อสี่ วิธีการคล้ายสันติวิธีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณและมวลชนนกหวีด เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยสันติ หรือเป็นการทำลายสันติสุขเพื่อยั่วยุให้เกิดความรุนแรงกันแน่ ข้อนี้เราไม่อาจกล่าวหากันได้อย่างตรงไปตรงมาง่ายๆ แต่น่าสงสัยว่า หากไม่เกิดความรุนแรงขึ้นมาแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยในขณะนี้ตามข้อเรียกร้องของนายสุเทพและพวกได้อย่างไร หากสันติวิธีที่กระทำไปเพื่อหวังผลทำลายความชอบธรรมของฝ่ายตรงข้าม ด้วยการกดดันยั่วยุจนทำให้ฝ่ายรัฐจำต้องใช้ความรุนแรงแล้ว จะยังเรียกว่าสันติวิธีได้หรือไม่ ซ้ำร้าย อาจารย์ก็น่าจะทราบดีว่า นายสุเทพและพรรคพวกพยายามเรียกร้องให้ทหารออกมาใช้กำลังรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองอยู่ตลอดเวลา อย่างนี้แล้วเรายังจะเรียกการต่อสู้นี้ว่าสันติวิธีได้อีกหรือ

 สรุปแล้ว อาจารย์ชัยวัฒน์ครับ เมื่ออ่านข้อเขียนอาจารย์จนจบ ผมเข้าใจได้ไม่ยากว่าสันติวิธีไม่ได้เป็นเพียงวิธีการ แต่จะสันติวิธีจะต้องเป็นทั้งวิธีการ เป้าหมาย และหลักการทางการเมืองของขบวนการอย่างสันติเพื่อประโยชน์ของคนหมู่มากไปพร้อมกันตั้งแต่เริ่มแรก แต่การใช้วิธีการคล้ายสันติวิธี โดยผู้นิยมความรุนแรง เพื่ออภิสิทธิ์ชนส่วนน้อยนอกระบอบประชาธิปไตย จนเป็นการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ตลอดจนเรียกร้องให้เกิดการรัฐประหารโดยการใช้กำลังรุนแรง จะถือว่าเป็นสันติวิธีตั้งแต่แรกจนถึงขณะนี้ด้วยหรือครับ 

ด้วยความนับถือ 
ยุกติ มุกดาวิจิตร

ที่มา http://blogazine.in.th/blogs/yukti-mukdawijitra/post/4471

 

 

 

คลิกอ่าน ...จดหมายถึงคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ จาก ชัยวัฒน์ สถาอานันท์

จดหมายถึงคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ จาก ชัยวัฒน์ สถาอานันท์

วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 13:15:12 น.

  







 

จดหมายถึงคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ

 


 

คุณสุเทพครับ,


 

คุณสุเทพคงจำผมไม่ได้ แต่นานมากแล้ว คุณสุเทพกรุณาให้รถที่นั่งมา รับผมจากธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ไปละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดบางลำพู


ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยความเป็นห่วงว่าความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่จะกลายสภาพเป็นความรุนแรง เช่นที่บ้านเมืองของเราเคยมีประสบการณ์มาแล้วในอดีต ทั้งที่ครั้งนี้ คุณสุเทพก็ดี นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ก็ดี ได้แสดงท่าทีชัดว่าประสงค์จะเผชิญกับความขัดแย้งครั้งสำคัญนี้โดยหลีกเลี่ยงไม่ใช้ความรุนแรง


ผมขออนุญาตเรียนให้ความเห็นคุณสุเทพเรื่องการต่อสู้ด้วย”สันติวิธี”และ อารยะขัดขืน เพราะเชื่อว่าอาจช่วยให้คุณสุเทพต่อสู้เพื่ออนาคตของทุกฝ่ายในสังคมไทยได้กระจ่างชัดขึ้น

 

ข้อแรก ถ้าถามว่า การชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย การเป่านกหวีด การเรียกร้องให้ชะลอการเสียภาษี รวมถึงการ”เดินดาวกระจาย”ไปเข้ายึดครองอาคารสถานที่ของหน่วยราชการต่างๆเป็น”สันติวิธี”หรือไม่ ผมคงตอบว่า การชุมนุมประท้วงในที่สาธารณะเป็นการแสดงออกด้วยสันติวิธีที่แพร่หลายทั่วไป การเป่านกหวีดเป็นการใช้สันติวิธีเชิงสัญลักษณ์ การเรียกร้องให้ชะลอการเสียภาษีเป็นสันติวิธีแบบไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐ ขณะที่การเข้ายึดครองอาคารสถานที่ราชการเป็นการแทรกแซงด้วยสันติวิธี

 

การเข้ายึดครองอาคารสถานที่เช่นนี้มีให้เห็นตั้งแต่สองพันปีก่อน เมื่อบิชอปชาวคริสต์ ปฏิเสธคำสั่งของรัฐบาลโรมันที่สั่งให้ยกส่วนหนึ่งของโบสถ์ในมิลานให้ชาวคริสต์นิกายอื่น ท่านบิชอป ละเมิดกฏยึดครองโบสถ์ทำพิธีมิสซาในโบสถ์อยู่ 5 วัน นี่เกิดเมื่อปี ค.ศ.385 หรือ ชาวอเมริกันอินเดียนเป็นร้อยคนบุกยึดเกาะอัลกาตราสในอ่าวซาน ฟรานซิสโกซึ่งรัฐบาลอเมริกันใช้เป็นคุกมานาน เหตุเกิดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1969 พวกเขายึดเกาะนี้อยู่ถึง 2 ปี (15 คนสุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางพาตัวออกไปเมื่อ มิถุนายน 1971) หรือที่รู้จักกันทั่วโลกก็คือการใช้สันติวิธีเข้ายึดครองพื้นที่ทางเศรษฐกิจ การเงินกลางเมืองใหญ่ของโลกอย่างนิวยอร์ค ลอนดอน และ เมลเบิร์น เมื่อปี 2011 สันติวิธีเหล่านี้ล้วนเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายในระดับต่างๆกัน แต่เรื่องนี้คุณสุเทพในฐานะนักกฎหมายคงทราบดีอยู่แล้ว

 

ข้อสอง “สันติวิธี”เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมือง คนใช้สันติวิธีต้องทำความเข้าใจการทำงานของเครื่องมือที่ตนใช้ว่าทำงานอย่างไร ส่งผลเช่นไร เช่นเมื่อคุณสุเทพประกาศว่าแนวทางการต่อสู้ที่ใช้เป็น”อารยะขัดขืน” ก็หมายความว่า ผู้ใช้ต้องพร้อมรับโทษทัณฑ์ที่จะต้องได้รับจากการใช้สันติวิธีละเมิดกฎหมาย เพราะพลังของอารยะขัดขืนไม่ได้อยู่ตรงการขัดขืนเท่านั้น แต่อยู่ที่การยอมรับบทลงโทษที่จะเกิดขึ้นกับ”คนดีๆ”ที่ขัดขืนกฎหมายหรือนโยบายของรัฐ การขัดขืนและการยอมรับผลของการขัดขืนเป็นไปเพื่อให้คนในสังคมที่แลเห็นฉุกคิดว่า กฎหมายหรือนโยบายที่พวกเขาขัดขืนเป็นสิ่งไม่ชอบ จึงเกิดความขัดแย้งลึกซึ้งในระดับมโนธรรมสำนึกของสังคม จนผลักดันให้นักการเมืองต้องแก้กฎหมายหรือยกเลิกนโยบายเหล่านั้น เช่นกรณีการต่อสู้เพื่อสิทธิของคนผิวดำในสหรัฐฯโดยสาธุคุณมาร์ติน ลูเธอร์ คิง เมื่อกลางศตวรรษที่แล้ว

 

ข้อสาม อารยะขัดขืนไม่ใช่สันติวิธีที่มีไว้เพื่อล้มรัฐบาล หรือเปลี่ยนระบอบการเมือง เพราะการยอมรับการลงโทษคือการยืนยันความชอบธรรมของผู้ลงโทษคือรัฐ-รัฐบาล ในแง่นี้ อารยะขัดขืน ทำงานเสริมระบอบประชาธิปไตยที่มีตัวแทนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะเมื่อผู้ใช้อารยะขัดขืนเดินเข้าสู่ที่คุมขัง พร้อมๆกับที่มโนธรรมสำนึกในสังคมถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ก็จะช่วยชี้ให้ผู้ออกกฎหมายในสภาได้ประจักษ์ว่า กฎหมายบางข้อหรือนโยบายบางอย่างของรัฐผิดพลาดไม่เป็นธรรม ทำให้พลเมืองดีต้องติดคุกติดตะราง และดังนั้นต้องแก้ไขหรือยกเลิกเสีย

 

สี่ สันติวิธีมีวิธีการต่างๆเป็นร้อยวิธี ถ้าวิธีการที่คุณสุเทพใช้ไม่ใช่อารยะขัดขืน แต่เป็นสันติวิธีหรือปฏิบัติการไร้ความรุนแรงรูปแบบอื่น ก็อาจทำได้และใช้สู้กับรัฐบาลก็ได้ อีกทั้งยังทำให้รัฐบาลล้มก็ได้ด้วย เช่นที่เกิดขึ้นกับประเทศต่างๆในละตินอเมริกา (เช่นชิลี เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา และอื่นๆ)11 ประเทศระหว่างปี ค.ศ.1931-1961 แต่รัฐบาลที่ล้มลงด้วยพลังสันติวิธีของประชาชนที่รวมตัวกันต่อสู้เหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นรัฐบาลเผด็จการทหารหรือไม่ก็เป็นรัฐบาลพลเรือนที่มีทหารหนุนหลัง อันที่จริงมีผลการวิจัยพบว่าสันติวิธีใช้ได้ผลต่อรัฐบาลเผด็จการยิ่งกว่าจะนำมาใช้ต่อสู้กับรัฐบาลในระบบประชาธิปไตยซึ่งมีฐานความชอบธรรมมาจากการเลือกตั้ง

 

ข้อห้า มีคนถามผมว่า การต่อสู้แบบนี้เมื่อใดจึงจะหยุดเป็นสันติวิธี? ตรงนี้คงตอบได้ 2 ทาง

 

ทางแรก คนที่สมาทานสันติวิธีจำนวนมากเชื่อว่า ไม่สามารถใช้สันติวิธีไปเพื่อเป้าหมายที่ไม่เป็นธรรมชนิดที่ไม่สร้างเสริมอิสระเสรีในสังคมการเมืองได้ พูดง่ายๆคือ การอดอาหารประท้วงเป็นสันติวิธีเมื่อคนอดใช้ประท้วงผู้เผด็จการหรือจักรวรรดินิยมให้ปลดปล่อยผู้คนของตนให้เป็นอิสระ แต่ถ้าผู้เผด็จการใช้วิธีอดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ตนอยู่ในตำแหน่งมีอำนาจต่อไป อย่างนี้ไม่ใช่สันติวิธี

 

ที่สอง ผมเองเห็นว่า ไม่ว่าเป้าหมายในการต่อสู้จะเป็นเช่นไร เพื่อสร้างประชาธิปไตย หรือเพื่อรักษาสถาบันการเมืองสำคัญในชาติ แต่วิธีการที่เรียกว่า”สันติวิธี”จะหมดความหมายเมื่อผู้นำการต่อสู้หรือผู้ใช้ไม่เห็นว่า ทุกชีวิตไม่ว่าหนุ่มสาว หรือแก่เฒ่าที่เสียสละตนเองเข้าท้าทายอำนาจรัฐล้วนแล้วแต่มีคุณค่าในตนเองทั้งนั้น พวกเขามีคนที่รักและเป็นห่วงเขา ทุกชีวิตเป็นเป้าหมายศักดิ์สิทธิ์ในตนเองและดังนั้นจึงไม่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือไปเพื่อบรรลุอะไรทั้งนั้น

 

ข้อสุดท้าย การใช้สันติวิธีสู้กับอำนาจรัฐมีความเสี่ยง ทั้งจากกฎหมายของรัฐและจากความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เพราะไม่ได้หมายความว่า เมื่อฝ่ายหนึ่งใช้สันติวิธีแล้วฝ่ายที่ตนต่อสู้ด้วยจะไม่ใช้ความรุนแรง ด้วยเหตุนี้ ทุกคนที่ก้าวออกมาต่อสู้เช่นนี้ต้องได้รับรู้ว่ากำลังเสี่ยงกับอะไรและทำไปเพื่ออะไร ในแง่นี้พวกเขาควรต้องเห็นรูปร่างหน้าตาของอนาคตที่เป็นไปได้จริงเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะต่อสู้หรือไม่อย่างไรด้วย

 

 

ที่ตัดสินใจใช้สันติวิธี เลือกใช้วิธีนี้ด้วยเหตุผลหลากหลาย ส่วนใหญ่ก็เพราะเห็นว่าวิธีการนี้มีพลังเช่นที่สังคมไทยกำลังประจักษ์อยู่ แต่ที่สำคัญไม่แพ้ประสิทธิผลของสันติวิธีคือ ความเชื่อของคนที่ต่อสู้ด้วยวิธีนี้ว่า อนาคตที่ตนมุ่งสร้างนั้นสวยงาม เติบโตขึ้นบนเนื้อดินแห่งมิตรไมตรีไม่ใช่ความเป็นศัตรูที่ต้องประหัตประหารกันให้สิ้นไป

 

 

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 28 พฤศจิกายน 2556

 

..................

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กกับมติชนออนไลน์
www.facebook.com/MatichonOnline