วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ศาลออกหมายจับหลวงปู่พุทธะอิสระ-4 กปปส.ขวางลต.

 ศาลออกหมายจับหลวงปู่พุทธะอิสระ-4 กปปส.ขวางลต.

  •  

ศาลอาญา รัชดา มีคำสั่งออกหมายจับ 'หลวงปู่พุทธะอิสระ' ข้อหาขัดขวางเลือกตั้ง ที่หลักสี่ เมื่อ 26 ม.ค. แล้ว หลังมีพยานหลักฐานชัดเจน พร้อมอนุมัติหมาย จับ 4 กปปส. ขวางเลือกตั้ง 2 ก.พ. ด้าน 'สุรพงษ์' ขู่ บุก สนป.กห.จับทันที

ศาลอาญา รัชดา นัดฟังคำสั่งคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ แกนนำ กปปส. เวทีศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ในข้อหา ขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า เขตหลักสี่ เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน ภาพถ่าย ประจักษ์พยาน และพยานบุคคล ประกอบแล้วเห็นว่า มีน้ำหนักเพียงพอตามที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้อง จึงมีคำสั่งอนุมัติให้ออกหมายจับ หลวงปู่พุทธะอิสระ ในข้อหา ขัดขวางการเลือกตั้ง และให้รายงานการติดตามจับกุมต่อศาลทุกๆ 3 เดือน และเมื่อจับกุมได้แล้ว ให้ทำรายงานเสนอต่อศาล ภายใน 7 วัน ขณะเดียวกัน ได้กำหนดเงื่อนไขให้พนักงานสอบสวนห้ามนำเอกสารหมายจับไปเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน หรือสังคมออนไลน์ โดยให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ส่วนกรณีที่ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ หลวงปู่พุทธะอิสระ กรณีขัดขวางการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นั้น ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่า ผู้กระทำผิดเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ขอหมายจับไปแล้ว ประกอบกับ มีพฤติกรรมการกระทำผิดในลักษณะเดียวกัน จึงไม่จำเป็นต้องออกหมายซ้ำ โดยพนักงานสอบสวน สามารถใช้หมายเดียวกันได้ และเมื่อควบคุมตัวมาแล้ว ก็ให้ดำเนินคดีเพิ่มเติมภายหลัง

'สุรพงษ์' ขู่ กปปส.บุก สนป.กห.จับทันที

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีที่ 
หม่อมราชวงศ์ปรีดียาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาแสดง
ความคิดเห็นให้ นายกรัฐมนตรี ลาออกจากรักษาการ ว่า ต้องการนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือ
เพราะต้องการที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เสียเอง

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของตุลาการภิวัฒน์ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น ทั้งในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยในสัปดาห์หน้า จะจัดทำสรุปข้อมูลสถานการณ์ในประเทศไทยทั้งหมด แล้วเชิญทูตานุทูตเข้ารับฟังข้อมูลอย่างละเอียด ส่วนสถานการณ์การชุมนุมขณะนี้พบว่า กลุ่ม กปปส. ลดการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลลง แต่ปรากฏว่ามีขบวนการอื่นๆ เกิดขึ้น เช่น การประชุมและประกาศจัดตั้งกลุ่มรัฐบุคคล ประกอบด้วย อดีตข้าราชการทหาร นักวิชาการ ที่สนับสนุนให้มีการปฏิวัติ โดย ศรส. ได้มีการหารือในเรื่องนี้ และตรวจสอบเกี่ยวกับข้อกฎหมายแล้ว โดยยืนยันว่า ไม่มีความกังวล เพราะไม่มีใครทำนอกเหนือรัฐธรรมนูญได้

ส่วนการที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศนำมวลชนปิดล้อม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แจ้งวัฒนะ นั้น หาก นายสุเทพ มาจริง ยืนยันว่าจะให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ศรส. เตรียมเรียกเจ้าของโรงแรมดุสิตธานี ที่ให้ นายสุเทพ เข้าพัก มาชี้แจง เนื่องจากถือว่าเป็นการให้ที่พักพิงแก่ผู้ร้าย

ศาลอนุมัติหมายจับ 4 กปปส. ขวางเลือกตั้ง

ศาลอาญารัชดานัดฟังคำสั่งคดีที่พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ นายทินกร ปลอดภัย และ นายปรีติ เชาวลิต 2 แนวร่วม กปปส. ในข้อหาขัดขวางการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การขึ้นเบิกความของพนักงานสอบสวนเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่สามารถไปใช้สิทธิ์ในวันดังกล่าวได้ การออกหมายจับเป็นไปตามเหตุสมควร จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหาฐานขัดขวางการเลือกตั้ง และให้รายงานการติดตามจับกุมต่อศาลทุกๆ 3 เดือน ทั้งนี้ หากจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง ให้รายงานต่อศาลภายใน 7 วัน และสั่งห้ามไม่ให้เผยแพร่หมายศาลต่อบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการจับกุม

ส่วนการขออนุมัติหมายจับ นายนวการ ชอนศรี และ นายประเสริฐ ด้วงทิพย์ ผู้ต้องหาที่นำมวลชนไปขัดขวางการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ในพื้นที่เขตดินแดง นั้น ศาลมีคำสั่งอนุมัติให้ออกหมายจับข้อหาขัดขวางการเลือกตั้ง และกำหนดเงื่อนไขรายงานผลจับกุมต่อศาลเช่นเดียวกัน

---------------------ข่าวที่เกี่ยวข้อง-----------------------

'ภราดร'เผย ศรส.รุกหมายจับแกนนำม็อบเพิ่ม

http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=514597

'เฉลิม'ผุดทีมรวบ 19 กปปส.4วันได้มท. -นายกฯเข้าสนป.กห.
http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=514678

http://pantip.com/topic/31442401

 


 


ปัญหาของประเทศนี้คือ
คนจำนวนมากมีการศึกษาสูง แต่ทักษะสังคมต่ำ

เพราะมันเอาแต่เรียนลูกเดียว....เลยขาดประสบการณ์สังคม 
มองสังคมไม่ออก และสุดท้าย ก็ถูกคนอื่นจัดการ (ลากไป)

วิธีแก้คือเมื่อถึงระดับ มัธยมปลาย ควรต้องเว้นแกบใว้เที่ยวใว้ทำงาน 1-2 ปี
เวลาเลือกเรียนต่อจะได้ไม่เรียนเพราะบ้าฝันตามเพื่อน 
เรียนตามสาขาที่ได้ลองได้ชอบจริงๆ เรียนเพราะมีพื้นฐานจริงๆ

การเรียนต่อต้องเอาใบรับรองการฝึกงานมาประกอบ
และทดสอบความรู้พื้นฐานคัดเลือกเข้าระดับมหาลัย จะได้ปั้นคนให้เนี๊ยบ
ไม่ใช่ไปหาความรู้พื้นฐานเอาในมหาลัยแล้วออกมายืนเก้ๆ กังๆหน้างานอย่างปัจจุบัน
ยกเว้นพวกบางสาขาเช่น หมอ มีการฝึกงานควบหนักๆ อยู่ในตัวอยู่แล้ว ก็ยาวได้เลย

 

บทความอำลาชีวิตการเมืองของคุณพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

 

วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 06, 2557

บทความอำลาชีวิตการเมืองของคุณพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์


 ๕ กพ. ๕๗
ประชุมใหญ่เลือกกก.บริหาร ปชป. เขต๓ จวใกระบี่

กล่าวปราศรัยกับสมาชิกในฐานะอดีต สส.
1.ขอบคุณกก.บริหารชุดเก่า ผู้พ้นวาระพ้นวาระ ที่ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งตลอดมาในยามที่พรรคเป็นฝ่ายค้าน
2.กล่าวให้กำลังใจกก.บริหารชุดใหม่ ที่เป็นกก.บริหารชุดแรกในรอบ 22 ปี ที่เป็นสาขาพรรค ที่ไม่มีสส.ในสภา
3.กล่าวอำลาการเมือง ในโอกาสวันที่ ๕ กพ.๒๐๑๔
อายุครบ ๗๐ ปีตามทะเบียนบ้าน เพื่อดำรงสถานะอดีตสส.ต่อไป เพราะอิ่มตัวทางการเมืองแล้ว 
  3.1 เป็นสส.คนแรกของจว.กระบี่ที่เป็นสส.เขตติดต่อกันถึง ๒๒ ปีโดยไม่เคยสอบตก
  3.2 ไม่เคยทิ้งประชาชนและพื้นทั่ไปเป็นสส.บัญชีรายชื่อ ทั้งที่เป็นอดีตรัฐมนตรี และงานสบาบกว่า
  3.3 แจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ ๒ กพ. ได้มาที่หน่วยเลือกตั้งเพื่อลงตะแนน แต่หน่วยเลือกตั้งปิด
ที่มาเพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ต้องการละทิ้งหน้าที่ในโอกาสสุดท้ายที่กำลังจะจบชีวิตการเมือง ไม่ได้ตั้งใจกระทำการขัดกับหัวหน้าพรรคที่ประกาศไม่ไปเลือกตั้ง และไม่แจ้งเหตุผล ต่อเจ้าหน้าที่ โดยส่วนตัวรักและชื่นชมหัวหน้าพรรคมาโดยตลอด
  3.4 การไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสิทธิ แต่การไปลงคะแนนเลือกตั้งเป็นหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย ต่อไปการเมืองจะเป็นประการใดก็ตาม ขอสมาชิกอย่าไปขัดขวางการเลือกตั้งเด็ดขาด เพราะเราไม่เคยทำเช่นนี้
  3.5 ขอบคุณสมาชิกหลายคนที่ได้ร่วมงานกันมาตั้งแต่เป็นหนุ่มสาว จนวันนี้หลายคนตรงหน้าเริ่มแกเฒ่ากันแล้ว
  3.6 ในยามสูงอายุ เราจึงซาบซึ้งถึงความรักและผูกพันต่อบุตรหลาน
ต้องขออภัยที่ไม่สนับสนุนให้ใครไปม็อบที่กรุงเทพฯ
4 ประสบการณ์ตลอดชีวิตทราบดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
  4.1 ไม่อยากเห็นภาพแม่นายวสุ สุฉันทบุตร ที่ประคองใบหน้าลูกชายคนเดียวมองหน้าด้วยความอาลัยพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลจับขอบแว่นดำพรางดวงตาที่แดงกร่ำ หญิงม่ายผู้อดออมส่งเสียลูกคนเดียวจนจบการศึกษาชั้นปริญญาโทจากออสเตรเลีย หวังได้พึ่งพายามแก่เฒ่าฝากผีฝากไข้ แต่นายวสุ กลับทิ้งให้แม่ต้องมาทำศพลูกชายเสียเอง นายวสุจะเป็นวีระบุรุษของใครก็ตาม แต่เป็นคนใจดำ กับแม่ตนเองเกินไป ผมจึงไม่ไปงานศพเขา
  4.2 ภรรยานายสุทิน มีบุตรอายุเพียง 5 ขวบ ดูเหมือนชื่อแก้วตา แต่วันนี้แม่ของแก้วตาต้องเป็นหญิงม่าย และแก้วตาต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ 5 ขวบ
  4.3 นายประคอง มีลูกคนเล็กอายุเพียง 3 ขวบ ไม่รู้ว่าพ่อตายแปลว่าอะไร 
  4.4 ดาบตำรวจผู้ตายคนหนึ่ง ลูกชายที่อุ้มอยู่ในมือแม่ พยายามโยนตัวไปหาศพพ่อที่นอนตายอยู่ พร้อมปลุกพ่อให้ตื่นกลับบ้าน
4.5 น้องสาวที่เป็นแพทย์หญิงประจำ รพ. 2 แห่งใกล้ รามคำแหง แจ้งให้ทราบว่า ศพที่รามคำแหงมีสองศพ ผ่านมือเธอที่โรงพยาบาล
ศูนยนเรนทรรายงานว่า จนถึงวันนี้คนบาดเจ็บเกิน 600 คนแล้ว คนเจ็บที่ผ่านสายตาเธอต้องพิการตลอดชัวิตในลักษณะต่างๆหลายสิบราย
5. ผมยอมให้คนกระบี่โกรธผมที่ไม่สนับสนุนให้ใครไปเสี่ยงความตายความพิการเช่นนั้น และจนบัดนี้ ใครก็อย่ามาขอสนับสนุนการเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯจากผมเด็ดขาด บอกกล่าวไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องมาเสียใจกัน

พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล
๐๕-๐๒-๕๗

ชาวนาไทยไม่โชคดี......


ผมอ่านข่าวเจลเนอรัลมอเตอร์สฟื้น คลังสหรัฐถอนตัวออก โดยขายหุ้นทั้งหมดของกระทรวงการคลัง ได้เงินคืน 39,000 ล้านดอลลาร์ จากที่ลงทุนไป 50,000 ล้านดอลลาร์ ขาดทุนไป 11,000 ล้านดอลล่าร์ ศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมรถยนต์ของมหาวิทยาลัยมิชิแกนได้สำรวจพบด้วยว่าปฎิบัติการดังกล่าว ช่วยรักษาการจ้างานได้ถึง 1.2 ล้านตำแหน่ง ทำให้รัฐบาลสามารถประหยัดเงินงบประมาณด้านอื่นๆ เฉพาะช่วงปีแรกได้ถึง 39,400 ล้านดอลล่าร์

ผมนึกถึงโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทยมีแต่คนคัดค้านว่ารัฐบาลขาดทุนเท่านั้น เท่านี้ ขอให้ยกเลิก 

เมื่อมีคนร้องเรียน ป.ป.ช ก็รับลูก รีบดำเนินการโดยไว ทั้งๆที่โครงการอื่นเช่น โครงการสร้างโรงพัก ร้องเรียนกันมาตั้งนานแล้ว ก็ยังอืดเป็นเรือเกลือ 

ก.ก.ต ก็โบกมือไม่ยอมช่วยเหลือโดยอ้างว่าช่วยไม่ได้ ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย 

TDRI ก็ส่งดอกเตอร์ออกมาคัดค้าน โจมตีไม่เว้นแต่ละเดือน

คอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์หลักๆ ก็โหมโจมตีนโยบายดังกล่าว พูดแต่ผลเสียโดยไม่พูดถึงผลดีเลย 

ตรงกันข้ามกับเมื่อเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อ พ.ศ 2540 รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เอาเงินภาษีประชาชนไปช่วย 

ธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์หลายแสนล้านบาทและก็ขาดทุนหลายแสนล้าน ป.ป.ช. ได้แค่ปลาซิวตัวเดียว พวกฉลามหายเข้ากลีบเมฆไปหมด 

TDRI ก็ไม่เคยโหมโจมตี

หนังสือพิมพ์ไมได้สนใจรายละเอียด ทำเป็นลืมกันหมด 

ไม่เหมือนจำนำข้าวของรัฐบาล

ผมนั้นไม่ใช่นักเศรฐศาสตร์

ไม่ใช่นักการเมือง

ไม่ใช่นักหนังสือพิมพ์

และไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญไดๆ

ผมเป็นแต่ลูกชาวนา

ผมรู้เห็นแต่เพียงว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลทำให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ รัฐบาลช่วยอีกไม่กี่ปีชาวนาก็จะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ รัฐบาลไม่ต้องช่วยต่อไป เหมือนกับเจเนอรัลมอเตอร์สของอเมริกา

ชาวนาไทยคงไม่โชคตีเหมือนเหมือนเจนเนอรัลมอเตอร์สของอเมริกา เพราะรัฐบาลไทยที่มีนโยบายรับจำนำข้าวกำลังจะถูกทหาร นักการเมืองและชนชั้นสูงสหบาทาถล่มให้จมธรณี รัฐบาลอเมริกันขาดทุนไป 11,000 ล้านดอลลาร์ เท่ากับ 352,000 ล้านบาท ไม่มีใครถล่มเหมือนรัฐบาลไทยถูกโจมตีว่าทุจริต ชาวนาได้ประโยชน์ไม่ถึงครึ่ง

หากรัฐบาลนี่ล่ม นโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลก็คงสลายไป

ชาวนาก็ต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินต่อไป

ผมภาวนาให้รัฐบาลนี้เป็นฝ่ายชนะ

ขอให้คนชั่วถูกปราบราบคาบสิ้น เพื่อนโยบายรับจำนำข้าวจะได้ดำเนินต่ออไป

การลงทุนของรัฐบาลในนโยบายจำนำข้าวเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะ

ทุกข์ของชาวนาเป็นทุกข์ของแผ่นดิน

อ.สถิตย์ ไพเราะ 
05/02/2014


แม่ลูกจันทร์ : ใจเย็นๆ



มีแถลงการณ์ฉบับที่ 4 จากรัฐบาลอเมริกาเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียด (ระดับฝีหัวช้างแตก) ในประเทศไทย

“สหรัฐอเมริกากังวลต่อวิกฤติการเมืองที่กำลังท้าทายระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย หลังจากมีการขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา”

เรา (อเมริกา) ไม่ต้องการเห็นการรัฐประหาร หรือความรุนแรงไม่ว่าด้วยเหตุใด  เราขอยํ้าให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของวิถีทางประชาธิปไตยเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง

และเรา (อเมริกา) จำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในกระบวนการแก้ปัญหาของประเทศไทย

สรุปสั้นๆชัดๆ ถ้าเกิดปฏิวัติรัฐประหารเพื่อล้มล้างระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย จะถูกต่อต้านจากสหรัฐอเมริกา และนานาประเทศทั่วโลกอย่างแน่นอน!!

ชัดเจนแจ่มแจ้งไม่ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

“แม่ลูกจันทร์” ขอเปลี่ยนประเด็นไปที่ผลการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการ (ไม่รวม 9 จังหวัดภาคใต้ และ 33 เขตใน กทม.)

พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.เขต 245 คน เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อน 55 คน

ได้ประโยชน์จากพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตเลือกตั้งเต็มเปา

แยกเป็นภาคเหนือได้ ส.ส.เพิ่ม 10 คน ภาคอีสานได้ ส.ส.เพิ่ม 7 คน ภาคกลางได้ ส.ส.เพิ่มมากที่สุดถึง 29 คน และภาคใต้ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่เคยมี ส.ส. แม้แต่เขตเดียว ก็ได้ ส.ส.เพิ่ม 5 คน

อนึ่ง ถ้ารวม ส.ส.กรุงเทพฯอีก 33 คน บวก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะได้ไม่ต่ำกว่า 63 คน พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.รวมทั้งสิ้น 350 คน จากจำนวน ส.ส.ทั้งสภา 500 คน

หมายความว่าเหลือที่นั่ง  ส.ส.ในสภา ให้พรรคอื่นๆ แบ่งกันเพียง 150 คน

อย่างไรก็ตาม จำนวน ส.ส.ที่ “แม่ลูกจันทร์” กระชุ่นมาข้างต้น เป็นข้อมูลอ้างอิงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเท่านั้นเอง

ยังมีเส้นทางวิบากต้องฟันฝ่าอีกยาวไกล ต้องฝ่าดงตีน ผ่าซอยตัน ผ่านกับระเบิด ตะปูเรือใบ ฯลฯ อีกบาน ตะเกียง

เพราะยังมีอีก 28 เขตเลือกตั้งที่ยังไม่มีผู้สมัครแม้แต่คนเดียว

ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

ข้อสำคัญ การเลือกตั้งแล้วจะเป็นโมฆะหรือไม่...ก็ยังลูกผีลูกคน

“แม่ลูกจันทร์” จึงเห็นด้วยกับ กกต.ว่าไม่ควรรีบร้อนจัดเลือกตั้งใหม่เร็วเกินไป

เพราะถ้าจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 7 วัน 15 วัน ก็ต้องเจอปัญหาเหมือนเดิม

ฉะนั้น  ต้องค่อยๆแก้ไปทีละเปลาะ ค่อยๆแกะไปทีละปม

ปมแรก ที่เริ่มแก้ไขได้บางส่วนคือการดำเนินคดีกับแกนนำที่ไปปิดล้อมเขตเลือกตั้ง ปิดล้อมศูนย์ไปรษณีย์เพื่อขัดขวางการไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน

ปมที่สอง ที่แก้ไขสำเร็จได้เป็นส่วนใหญ่คือ 16 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครคนเดียว ซึ่งต้องได้คะแนนเลือกตั้งเกิน 20 เปอร์เซ็นต์

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า 16 เขตที่มีผู้สมัครคนเดียว สามารถปลดล็อกสำเร็จไปแล้ว 12 เขต

เนื่องจากผู้สมัครทั้ง 12 เขตได้คะแนนเกิน 20 เปอร์เซ็นต์

ยังเหลืออีก 4 เขตใน 3 จังหวัดภาคใต้ที่มีผู้สมัครคนเดียวซึ่งต้องปลดล็อกต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่ายังมีเวลาอีก 180 วัน หรืออีก 6 เดือนที่จะทำให้ได้ ส.ส.ครบ 500 คน 

หรืออย่างน้อยถ้าได้ ส.ส. 475 คน ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ ก็เปิดประชุมสภาฯได้ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ตามกติกา

เป็นงานยากส์...โคตรยากส์เชียวละโยม.

แม่ลูกจันทร์


Political Heroes : การเมืองไทย คล้ายๆกับวงการดนตรี


Political Heroes : การเมืองไทย แม่งถ้าดูดีๆ หลายๆคนชอบเล่นการเมืองแบบฉายเดี่ยว ... (รวมเป็นวงแล้วมันไม่รุ่ง) คล้ายๆกับวงการดนตรี ที่มันมีช่วงเวลาฉายเดี่ยวของใครของมัน ...

โปลิติคัล ฮีโร่? ถ้าไม่นับพวก จอมพลสฤษดิ์, ถนอม , เปรม ที่พวกแม่งไม่ต่างจาก เอลวิส, ทอม โจนส์, ร็อต สจ๊วร์จ ... ที่แม่งรวบศูนย์รวมอำนาจมาไว้ที่ไมค์ของมันเพียงคนเดียว ... หรือคณะคมช. แม่งไม่ต่างจาก‛ โรลลิ่ง สโตน' ที่เนื้อหาแนวเพลงข้องเกี่ยวกับ ซาตาน 

หรือ ‛สนธิ ลิ้ม' ที่เปรียบดั่ง ‛โรบิร์ต จอห์นสัน' เพราะเขาคือต้นแบบการออกไปปิดถนนที่ 4 แยก ก่อนขายวิญญาณให้ซาตาน ต่อกรกับวัฒนธรรมป๊อป โดยมี ‛แฟร้งค์ (แม้ว) ซิเนตร้า' เป็นคู่ปรับ จากนั้นพอโดนเก็บ แม้รอดมาได้ แต่แกก็หายไปจากบทบาทการเมืองไทยนับจากนั้น ... 

‛นปช.' เปรียบดั่ง ‛สี่เต่าทอง' (The Beatles) ที่รวมกัน 3-4 คน แล้วดังทั้งวง นปช.ช่วยสร้างรูปแบบ ประชาธิปไตยสมัยใหม่ในฝันขึ้นมา ให้เป็นรูปเป็นร่าง เหมือนที่ จอห์น พอล ริงโก จอร์จ สร้างแบบฟอร์มแนวดนตรีแบบรวมวงขึ้นมาให้วงร็อกยุคหลังๆ ใช้เป็นแรงบันดาลใจ .. เป็นขวัญใจ ปชช. ตลอดกาล

จากนั้น การเมืองไทย ไม่เคยขาดสิ้นความนิยมแบบฉายเดี่ยว ซูเปอร์ฮีโร่ มีผู้หญิงเกิดขึ้นมาบ้าง แนวป็อปสตาร์อย่าง ยิ่งลักษณ์ พลิกขึ้นมาเป็น นายกฯหญิง คนแรกของไทย คล้ายกับ ‛อเดลล์' สาวน้อยมหัศจรรย์ เป็นม้ามืด คว้ารางวัลแกรมมี่อวอร์ด ... ส่วน ‛สุเมพ' แม่งเทพมากค่ะ อิมโพรไวส์เก่งมาก ยังกับ ‛อิงวี่ มัมล์สตีน' (เมือก หม่ำส้นตีน) อิมโพรไวส์ข้อเรียกร้องของมันไปได้เรื่อยๆ ตลอดเวลา ไม่มีเหี้ยไรแน่นอนสักอย่าง ... 

เอ่อ ส่วนวงการเจ้าฯ เช่น ‛คุณชายหมู สุขุมพันธ์' เป็น ‛ออสซี่ ออสบอร์น' ... ‛ชัชชาติ' เป็น ‛บอง โจวี่' ส่วน ‛อภิสิทธิ์' น่ะเหรอคะ!!!?? ‛จัสติน บีเบอร์' (haha) — 

ใครช่วยเอาบทความกูไปลง นิตยสารสีสัน ของ ทิวา หน่อยสัส.


...

ขอจิ๊กบางตอนมาลงใน Thaienews ก่อนนะคับ แฮะ แฮะ

Respect Old Soldiers - ศ.ดร.ลิขิต 2014 02 05

 http://www.youtube.com/watch?v=-xWNEu6r21s

Published on Feb 5, 2014

ทิศทางประเทศไทย : คณะรัฐบุคคลคือใคร
Respect Old Soldiers
สำนักข่าวไทย 5 ก.พ.-ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิต และอดีต รมช.มหาดไทย ถกเรื่องคณะรัฐบุคคล ระบุไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร อย่างไรก็ตามความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิ­ดขึ้นนี้มีข้อดีถึง 5 ข้อ.-สำนักข่าวไทย


Published on Feb 5, 2014

ทิศทางประเทศไทย : คณะรัฐบุคคลคือใคร
Respect Old Soldiers
สำนักข่าวไทย 5 ก.พ.-ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิต และอดีต รมช.มหาดไทย ถกเรื่องคณะรัฐบุคคล ระบุไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร อย่างไรก็ตามความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิ­ดขึ้นนี้มีข้อดีถึง 5 ข้อ.-สำนักข่าวไทย

ลักษณะเด่นของกปปส.


ลักษณะเด่นของกปปส.

๑. เส้นใหญ่
๒. มีปืน
๓. รุนแรง
๔. หยาบคาย
๕. ทำลาย
๖. ดูถูก
๗. คุกคาม
๘. กล่าวเท็จ
๙. มี“พระ"เป็นแกนนำ
๑๐. แสวงอำนาจเผด็จการ
๑๑. อยู่เหนือกฏหมาย (เพื่อนเติม)

จ่อจับสึกพุทธะอิสระ ประพฤติผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ รอแต่ศาลอาญาออกหมายจับเท่านั้น เท่านั้นเอง



 

ชงเอง-กินเอง !

 

ผอ.สำนักพุทธ "รับรางวัล" ของสำนักพุทธ

 

รางวัลผู้นำพุทธโลก

 

 


 

 

 

 

แหมน่าจะตั้งชื่อ "รางวัลผู้นำพุทธแห่งจักรวาล" ไปเลย จะได้อะไรที่มันยิ่งใหญ่กว่าใครในหล้า ดูซีฮะ รางวัลผู้นำพุทธโลก มอบโดย "สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" แต่กลับมีชื่อ "ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" ร่วมรับกับเขาด้วย แบบนี้มิใช่ "ชงเอง-กินเอง" แล้วจะให้เรียกว่ากระไร มันภาคภูมิใจตรงไหน อย่างกรรมการมหาเถรสมาคมนั้นก็ "พาเหรด" เข้ารับรางวัลจาก "ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม" ก็กากี่นั๊งคนกันเอง แบบว่าเป็นข้าราชการ แต่เอาผลงานที่กินภาษีของประชาชนไปหาเศษหาเลยล่ารางวัลกับเขาด้วย แถมยังเป็นรางวัลของสำนักพุทธฯซึ่งเป็น "เลขาธิการ" มหาเถรสมาคมอีกด้วย ก็สวยซีฮะ กรรมการมหาเถรรับรางวัลจากเลขาธิการมหาเถร เป็นเรื่องโก้เก๋ของไทย แต่ประทานโทษเถิด อารยประเทศเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก มันน่าเกลียด แต่คนที่หน้าด้านไปรับคงไม่เห็นน่าเกลียดหรอก อาจจะเห็นเป็นของดีด้วยซ้ำไป มิน่า นายนพรัตน์ทำอาย ไม่กล้าออกมาให้ข่าว ทั้งๆ ที่เป็นงานระดับโลก แต่กลับยกให้ "นายอำนาจ บัวศิริ" รอง ผอ.สำนักพุทธฯ ออกมาพูดแทน มันก็เป็นงานกระจอกละซี อีแบบนี้ทำเหนียมอาย แต่วันเข้ารับรางวัลกลับไม่อาย เฮ้อ เสียดายจริง เกียรติประวัติของคนมันพังเพราะไม่รู้จักพอนี่เอง

 

 

 

 

 

 

โฉมหน้า (ด้าน) ผู้นำพุทธโลก

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

5 กุมภาพันธ์ 2557


 

 

 


 

สิบโหล !

 

รางวัลผู้นำพุทธโลกของสำนักพุทธฯ

 

แจกสะบัด 27 ประเทศ 178 รูป/คน

 

 

 

 

 

 

สงสัยจะแจกแค่ปีเดียวกระมัง จึงต้องกระจายให้ครบทุกระดับประทับใจมากกว่าใครในโลก แต่ขอโทษทีเถิดฮะ แบบนี้เขาเรียกว่า "รางวัลโหล" ขนาดรางวัลประกวดร้องเพลง "ชิงช้าสวรรค์ประถมคอนเทสต์" เขายังคัดกันมากกว่านี้หลายเท่า แต่นี่บอกว่าเป็นรางวัล "ระดับโลก" ก็เลยสงสัยว่าโลกไหน และพระที่ถูกเสนอชื่อแต่ละรูปแต่ละองค์เหล่านี้ (โดยเฉพาะกรรมการมหาเถรสมาคม) ไม่ทราบว่ามีผลงาน "ระดับโลก" ในด้านใด และใช้อะไรมาเป็นเกณฑ์พิจารณา หวังว่าคงไม่ใช้ประวัติผลงานบัญชีเดียวกับการขอ "สมณศักดิ์" ของมหาเถรสมาคมนะท่านนะ มันจะกลายเป็นตลกร้าย ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาโลกเชียวล่ะ

 

และอย่างคนระดับ "พระเทพญาณมหามุนี" หรือท่านธัมมชโย ซึ่งมีบริวารว่านเครือกว้างไกลทั่วโลก รวมทั้ง "ท่านติช นัท ฮันห์" แห่งหมู่บ้านพลัม ซึ่งโด่งดับระดับอินเตอร์นั้น เขาคงไม่บ้ามารอรับรางวัลกระจอกจากทางสำนักพุทธหรอก เมื่อวานมีข่าวว่า ทางรัฐบาลพม่า ประกาศถวายสมณศักดิ์ "อัคคมหาสัทธัมโชติกะธชะ" แก่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นประมุขสงฆ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน นั่นพม่าเขา"เล่นเป็น" เพราะเจาะจงถวายแด่ "ผู้นำสูงสุด" มิใช่เหมาโหลเหมือนสำนักพุทธฯในวันนี้ ทั้งนี้ พม่ามิได้คุยโวว่าเป็นรางวัล "ระดับโลก" อะไรเลย เป็นรางวัลระดับประเทศนี่แหละ แต่บุคคลที่จะมอบให้นั้น เขาคัดแล้วคัดอีก คัดเอาแค่ 1 เดียว ก็มีความหมายเหมือนเพชรเหมือนพลอย แต่ของสำนักพุทธฯ ประกาศเสียใหญ่โตว่า "ระดับโลก" แต่เหมาโหลแจกเหมือนรางวัลปลอบใจนางงามตกรอบ แถมผู้ที่ไม่ควรได้ก็ยังได้ แบบนี้จะให้เรียกว่าอย่างไร มันค้านสายตาพุทธศาสนิกชนทั่วโลกเลย ความคิดกระจอกๆ แค่นี้ ก็สะเออะจะทำงานระดับโลกกะเขาด้วย เฮ้อ อายแทนพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยเหลือเกิน งานนี้ก็คอยดูว่าจะมีไปเล่นตลกร่วมวงกับนพรัตน์แล้วรับรางวัล "ระดับโหล" เอ๊ย "ระดับโลก" กันซักกี่คน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ธัมมชโย-ติช นัท ฮันห์ รับรางวัล 'ผู้นำพุทธโลก'

เผยรายชื่อผู้รับรางวัล 'ผู้นำพุทธโลก' วันมาฆบูชา อาทิ พระพรหมเวที พระพรหมวชิรญาณ ธมฺมชโย ติช นัท ฮันห์ แห่งหมู่บ้านพลัม คุณหญิงหน่อย

 

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่อาคารพิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการแถลงข่าวการจัดงานมอบรางวัลผู้นำพุทธโลก ครั้งที่ 1 จัดโดย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกับองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ย.พ.ส.ล.) โดยดร.อำนาจ บัวศิริ รอง ผอ.พศ. กล่าวว่า รางวัลดังกล่าวเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในนามของพศ. ร่วมกับ ย.พ.ส.ล. ซึ่งจะมีการมอบรางวัลในวันที่ 15 ก.พ. ที่อาคารพิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานในการมอบรางวัล

 

นพ.พรชัย พิญญพงษ์ ประธาน ย.พ.ส.ล. กล่าวว่า คณะกรรมการจัดงานพิธีมอบรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา มีมติถวายรางวัลผู้นำพุทธโลก แด่พระภิกษุ และมอบรางวัลให้แก่บุคคลและองค์กร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อยกย่อง เชิดชู ประกาศเกียรติคุณ ทั้งเป็นขวัญกำลังใจ โดยมีรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งหมดจาก 27 ประเทศ ทั่วโลก รวม 178 รูป/คน ซึ่งในส่วนพระสงฆ์จากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้มี  38 รูป

 

อาทิ พระพรหมเวที วัดไตรมิตรวิทยาราม พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศาราม พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส พระธรรมกิตติวงศ์ วัดราชโอรสาราม พระธรรมปิฎก วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี พระธรรมสุธี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระเทพปริยัติวิมล วัดบวรนิเวศวิหาร พระเทพปริยัติเมธี วัดนครสวรรค์ พระเทพญาณมหามุนี วิ. (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี พระราชวิสุทธิคุณ วัดหลักเมือง จ.ปัตตานี พระราชวราจารย์ วัดนพวงศาราม จ.ปัตตานี พระราชปัญญามุนี วัดเวฬุวัน จ.ยะลา พระราชญาณกวี วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก พระสุธีธรรมานุวัตร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นต้น

 

ขณะที่ประเภทบุคคล อาทิ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ศ.พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายอนันต์ อัศวโภคิน นายบุญชัย เบญจรงคกุล นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ นางสาวมาลีวัลย์ เจมีน่า

 

ส่วนประเภทองค์กร ได้แก่ สถานีวิทยุโทรทัศน์ดาวเทียมเพื่อพระพุทธศาสนา ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เป็นต้น

 

ที่สำคัญยังมีผู้นำชาวพุทธ องค์กร จากนานาชาติที่ได้รับรางวัลนี้ อาทิ  พระ ดร.ธรรมเสน พระสังฆราชบังคลาเทศ พระสุนธานันทะ มหาเถระสังฆนายกบังคลาเทศ ท่านซินหวินต้าซื่อ ผู้นำชาวพุทธแห่งไต้หวัน ท่านติช นัท ฮันห์ แห่งหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส มูลนิธิฉือจี้ ประเทศไต้หวัน พระมหาบุญทวี วิไลจักร ประเทศลาว เป็นต้น

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก

5 กุมภาพันธ์ 2557


 

 

 

 

จ่อจับสึกพุทธะอิสระ

 

ประพฤติผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ

 

รอแต่ศาลอาญาออกหมายจับเท่านั้น

 

เท่านั้นเอง

 

เพราะคณะสงฆ์ก็คงทำอะไรไม่ได้ ต้องรอกฎหมายบ้านเมืองนำร่อง กฎหมายบ้านเมืองบอกว่าผิดก็ผิดกฎคณะสงฆ์ ถ้ากฎหมายบ้านเมืองบอกว่าไม่ผิด ก็ไม่ผิดกฎหมายคณะสงฆ์ คดีพันล้านของธัมมชโยเป็นหนังตัวอย่างในเรื่องนี้ โกงไปพันล้าน บอกว่าเอาเงินมาคืนแล้ว ศาลอาญาอนุญาตให้ถอนฟ้อง ก็ปิดคดี นี่คือความจริงที่ไม่อิงนิยาย ทักษิณเป็นพยานกฎหมายคณะสงฆ์จึงไม่มีความหมายอะไร ดังพุทธะอิสระว่าไว้จริงๆ นอกจากเอาไว้จับหลวงตาและเณรหัวขี้กลากเท่านั้น ขนาดเณรคำยังจับไม่ได้เลย ดังนั้น ถ้าสามารถจับพุทธะอิสระถอดผ้าเหลืองได้ ก็ยิ่งกว่าจับกำนันเป๊าะเข้าคุกเสียอีกซีฮะ ส่วนนายนพรัตน์ก็ปล่อยให้แกพูดเพ้อเจ้อไปเถอะ เดี๋ยวแกก็เกษียนแล้ว แล้วจะเอาอะไรกับแก

 

 

 

 

 

 

รฏฺฐธมฺมนุญฺญํ สรณํ คจฺฉามิ

 

ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นสรณะ

 

 

 

'สำนักพุทธฯ' ชี้ 'พุทธะอิสระ' ผิดพระธรรมวินัย-ทำผิด กม. จับสึกได้ทันที ยันไม่นิ่งนอนใจ ประสานทุกฝ่ายดำเนินแล้ว ด้าน'ศาล'นัดฟังคำสั่งหมายจับ 'หลวงปู่ฯ'6 ก.พ.

 

เมื่อเวลา 09.30 น. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลงกรณีเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา หลวงปู่พุทธะอิสระได้นำมวลชนปิดสำนักงานเขตหลักสี่ และมีเหตุวุ่นวาย จนมีกระแสข่าวว่า สำนักพุทธฯ ไม่มีการดำเนินการใดๆ อย่างจริงจังว่า หลวงปู่พุทธะอิสระได้ร่วมกันชุมนุมและปิดสถานที่ราชการ ทางสำนักพุทธฯ ก็เกิดความไม่สบายใจ ทำหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เพื่อให้ดำเนินการนิมนต์หลวงปู่พุทธะอิสระไปว่ากล่าวตักเตือน เพราะไม่สมควรที่จะไปกระทำการร่วมกับการชุมนุม เพราะถือเป็นการทำผิดพระธรรมวินัย แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากหลวงปู่พุทธะอิสระแต่อย่างใด ทางสำนักพุทธฯ จึงแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้ประสานไปอีกครั้งหนึ่ง ล่าสุดจึงได้มีการแจ้งความดำเนินคดี โดยประชาชนที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมาย

 

"ขณะนี้ ทางคณะสงฆ์จึงร่วมกันสรุปว่า หลวงปู่พุทธะอิสระได้ทำผิดพระธรรมวินัยของสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) เนื่องจากได้ชุมนุมและชักชวนประชาชนให้ทำผิดกฎหมายและล่าสุด ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งหมายเรียกให้หลวงปู่พุทธะอิสระมาให้ปากคำในข้อหากบฏ จึงถือว่าหลวงปู่ฯ มีความผิดทั้งธรรมวินัยและกฎหมายอย่างชัดเจน จึงขอชี้แจงว่า ทางสำนักพุทธไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด" นายนพรัตน์ กล่าว

 

 เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาชัดเจน ทำไมจึงไม่ดำเนินการให้หลวงปู่ฯสึกออกไป นายนพรัตน์ กล่าวว่า ในเรื่องการสึกมีกฎหมายรองรับชัดเจนมาก ถ้าพระรูปใดทำผิดกฎหมายอาญา เมื่อจับกุมแล้ว หากเห็นว่า ไม่สมควรให้ประกันตัวจึงสามารถทำการสึกได้ทันที

 

เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้หลวงปู่ฯ อยู่ในกทม.ทำไมจึงไม่ดำเนินการจับกุม นายนพรัตน์ กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะจับกุมตามพยานหลักฐาน ส่วนกระบวนการทางพระธรรมวินัย ทางคณะสงฆ์ยืนยันว่า หากกระทำผิดตามกฎหมายก็ถือว่าทำผิดตามพระธรรมวินัยด้วย จึงขอเรียนว่าสำนักพุทธฯ ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจ มีหน้าเพียงประสานระหว่างเจ้าคณะปกครองในกรุงเทพฯกับเจ้าคณะปกครองจังหวัดนครปฐมเท่านั้น

 

 

ศาลนัดฟังคำสั่งหมายจับ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" 6 ก.พ.

 

เมื่อเวลา 09.30 น.ศาลไต่สวนคำร้อง ที่ พ.ต.อ.พงษ์ สังข์มุรินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ยื่นขออนุมัติหมายจับ หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาส วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ที่ปรึกษา กปปส.แจ้งวัฒนะ ซึ่งมีพฤติการณ์ขัดขวางการจัดเลือกตั้ง โดยนำมวลชน กปปส.ไปแยกหลักสี่ ปิดล้อมหน้าสำนักงานเขตหลักสี่

 

โดยวันนี้ ผู้ร้องนำพยานเบิกความ รวม 3 ปาก ประกอบด้วย พ.ต.อ.พงษ์ สังข์มุรินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 และ ด.ต.นันทวัชร์ ประสิทธิวิเศษ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบ สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์นอกจากได้นำพยานเอกสาร โดยมีการนำภาพถ่าย รวมทั้งภาพเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมและหลวงปู่พุทธะอิสระ ที่มีพฤติการณ์ขัดขวางการเลือกตั้ง ยื่นต่อศาลเพื่อประกอบการไต่สวนวันนี้ด้วย

 

ขณะที่ พยานทั้งสาม เบิกความทำนองเดียวกันว่า วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้า หลวงปู่พุทธะอิสระ นำมวลชนกปปส.ไปชุมนุมที่สำนักงานเขตหลักสี่ จึงเดินทางไปยังสำนักงานเขตหลักสี่ เมื่อไปถึงพบการ์ดผู้ชุมนุม กปปส.นำรถบรรทุก 6 ล้อ มาปิดกันบริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 10 และมีการขึงตาข่ายโดยรอบพื้นที่ พร้อมทั้งมีการ์ดกปปส.คอยดูแลความเรียบร้อยอยู่บริเวณ ประตูทางเข้า-ออกสำนักงานเขตหลักสี่ทุกด้าน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตหลักสี่เข้าไปภายในสำนักงานเขตหลักสี่ได้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักกางเต้นท์นอนอยู่หน้าสำนักงานเขตหลักสี่ด้วย จากนั้นจึงแจ้งให้การ์ดผู้ชุมนุมทราบว่า จะขอเจรจากับหลวงปู่พุทธะอิสระขอเจรจา แต่ว่าถูกการ์ดขัดขวางไม่ให้เข้าพบ ทำให้ไม่สามารถเจรจาเพื่อขอเปิดทางได้ ต่อมาวันที่ 26 ม.ค.มีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ถูกผู้ชุมนุมและการ์ดขัดขวางจนไม่สามารถเข้าไปลงคะแนนเลือกตั้งได้ กระทั่งผู้อำนวยการเขตหลักสี่ได้แจ้งงดการเลือกตั้งแล้ว เนื่องจากมีมวลชนปิดล้อมอยู่เกรงจะเกิดอันตรายกับประชาชนและทำให้ทรัพย์สินของราชการเสียหาย หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมจึงพากันเดินทางกลับไปชุมนุมที่เวทีแจ้งวัฒนะเช่นเดิม

 

ต่อมา ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปหลวงปู่พุทธอิสระยังได้นำมวลชนมาปิดล้อมสำนักงานเขตหลักสี่อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 31 ม.ค. ซึ่งอุปกรณ์การเลือกตั้งและหีบบัตรเลือกตั้งทั้งหมดที่จะต้องกระจายไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ถูกเก็บไว้ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ และเจ้าหน้าที่จะต้องทำการขนย้ายไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 2 ก.พ.ซึ่งพยานที่เป็นเจ้าพนักงานดูแลความเรียบร้อยการเลือกตั้ง พร้อม ผบก.น.2 และผู้เกี่ยวข้องจึงได้เข้าพบหลวงปู่พุทธะอิสระ เพื่อเจรจาขอเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ขนหีบบัตรและอุปกรณ์การเลือกตั้งที่อยู่ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อกระจายไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ โดยพบว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมมาขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้า-ออกสำนักงานเขตหลักสี่ได้และยังมีการนำรถบัสมาปิดขวางทางเข้าสำนักงานเขตหลักสี่ด้วย

 

โดยมีการประสานกับการ์ดว่า จะเข้าไปพบเจรจากับหลวงปู่พุทธะอิสระ นำกลุ่มผู้ชุมนุมมาชุมนุมที่สำนักงานเขตหลักสี่นั้นมีจุดประสงค์อะไร เพราะทางสำนักงานเขตหลักสี่ต้องจัดการเลือกตั้ง ก็ได้รับคำตอบจากหลวงปู่พุทธะอิสระว่า ไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เข้า-ออกหรือนำอุปกรณ์การเลือกตั้งออกไป เพราะไม่ต้องการให้มีการเลิกตั้งเกิดขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนผลไม้ที่มีพิษ จึงไม่อยากที่จะให้ประชาชนได้กิน ซึ่งทำให้การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ จนทางผอ.เขตหลักสี่จึงต้องประกาศงดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.

 

 

 

พุทธะอิสระอ้าง

 

รัฐธรรมนูญ "เหนือกว่า" พรบ.คณะสงฆ์

 

ดังนั้น เมื่อปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ต้องสนใจกฎหมายคณะสงฆ์ เพราะประเทศนี้มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด นี่รวมทั้งกฎหมายแพ่ง อาญา และพานิชย์ ประดามีในประเทศไทยเราด้วย หากว่าไม่ผิดรัฐธรรมนูญเสียอย่าง ก็ไม่ผิดกฎหมายอะไรเลย จะใช้กฎหมายอื่นๆ มาตัดสินเหนือกว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ ดังนั้น ก็น่าจะโละทิ้งกฎหมายอื่นใดในประเทศไทยทิ้งเสียให้หมด แล้วหันมาใช้รัฐธรรมนูญปกครองในทุกระดับไม่เว้นพระเว้นโยม แม้แต่กฎหมายคณะสงฆ์ก็ไม่ต้องมี เพราะมีไว้ก็ใช้ไม่ได้ แล้วจะมีไปทำไม ต่อไป เมื่อโละกฎหมายคณะสงฆ์ทิ้งแล้ว ก็ไม่ต้องมีคณะสงฆ์ไทยอะไรต่อไปอีก ผ้าเหลืองผ้าลายก็ไม่จำเป็น บวชหรือไม่บวชก็ไม่สำคัญ ใครอยากจะประกาศตัวเองเป็นพระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ หรือเป็นพระพุทธเจ้า ก็ตามสบายไทยแลนด์ เพราะไม่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จะเรียก "หลวงปู่พุทธะอิสระ" หรือ "ไอ้สุวิทย์" มันก็ค่าเท่าเดียวกัน เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า "ทุกคนเท่าเทียมกัน" จริงไหมครับ พณฯท่านพุทธะอิสระ ?

 

 

 

 

 

 

หัวหมอเรียกพี่

 

 

 

 

พุทธะอิสระยั "พศ.ไม่มีอำนาจจับสึก" ย้ำ "รธน." ให้สิทธิชุมนุม "อยู่เหนือ"กฎหมายสงฆ์

 

หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวถึงกรณีที่นายนพรัตน์ ระบุว่า เจ้าคณะจังหวัดนครปฐมมีมติว่า หลวงปู่ฯทำผิดพระธรรมวินัยของสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สืบเนื่องจากการชุมนุมและชักชวนประชาชนให้ทำผิดกฎหมายกรณีขัดขวางการเลือกตั้ง ว่า อาตมาไม่ให้ราคา พศ.เพราะหากสามารถดำเนินการกับอาตมาได้ตามกฎหมายจริงก็คงจัดการไปนานแล้ว คงไม่ปล่อยให้มานำการชุมนุมนานถึง 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้กระทำผิดพระธรรมวินัยข้อใด และหากเห็นว่า ผิดวินัยข้อใดก็ขอให้ระบุมาให้ชัดเจน ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นหนังสือตักเตือนจากเจ้าคณะจังหวัด เพราะไม่ได้อยู่จำวัดเลยไม่ทราบว่ามีหนังสือส่งไปถึงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การอ้างทำผิดวินัยของมหาเถรฯ หากเทียบกับรัฐธรรมนูญที่ถือเป็นกฎหมายสูงสุดแล้วก็ถือว่าอาตมาไม่ได้ทำผิด เพราะตามรัฐธรรมนูญระบุให้บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกันในการแสดงความเห็นทางการเมือง ดังนั้น กฎหมายอื่นที่ขัดกับรัฐธรรมนูญถือเป็นโมฆะ

 

“พศ.ไม่มีอำนาจสึกอาตมา ส่วนเจ้าคณะจังหวัดก็คงไม่กล้าดำเนินการอะไร เพราะเป็นคู่ปรับเก่าคงไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม ซึ่งการออกมาให้ข้อมูลดังกล่าวยอมรับว่า ส่งผลต่อภาพลักษณ์การชุมนุมและทำให้ศิษย์หลายคนเป็นห่วง เป็นการออกมาสร้างข่าวเพื่อสร้างความกังขากับสังคม ทั้งนี้ ตามกฎหมายหากจะสึกพระได้ก็ต่อเมื่อต้องคดีอาญามาตราใด มาตราหนึ่งและคดีถึงที่สุดแล้ว แต่ขณะนี้คดีเพิ่งจะเริ่มต้นการขอออกหมายจับ ซึ่งหากศาลอนุมัติหมายจับก็ต้องมอบอำนาจให้ทนายความไปร้องขอถอนหมายจับและต่อสู้คดีกันต่อไปจนถึงที่สุด” หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าว

 

หลวงปู่ฯ กล่าวต่อว่า ล่าสุด อาตมาถูกตั้งค่าหัวจากนักการเมืองจังหวัดราชบุรีราคาสูงถึง 20 ล้านบาท โดยส่งกลุ่มตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งชายและหญิงเข้ามาแฝงตัวเป็นการ์ด และพยายามหาจังหวะมาทำงานใกล้ชิด และมีพฤติกรรมปั่นป่วน ทำให้ภาพลักษณ์การชุมนุมเสียหาย เช่น การขู่สื่อมวลชนและผู้ชุมนุมและชาวบ้านรอบพื้นที่การชุมนุม อย่างไรก็ตาม อาตมาได้ถ่ายภาพและส่งข้อมูลไปยังกปปส.เวทีอื่น เพื่อให้เฝ้าระวังและได้ขับไล่ออกจากพื้นที่ไปแล้ว แต่ยังเหลือกลุ่มต้องสงสัยอีก 5-6 ราย ที่มีพฤติกรรมคอยส่งข่าวและล็อกเป้าแกนนำหมายจะเอาชีวิตด้วย

 

หลวงปู่ฯ กล่าวต่ออีกว่า ในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. ได้นัดกรมการกงสุลเข้ามาเจรจา เพื่อจะทำข้อตกลงเปิดพื้นที่ให้บริการประชาชน และในเวลา 14.30 น. ได้นัดหมายกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าพบเพื่อจะเปิดให้ข้าราชการกกต.เข้ามาทำงานได้ในศูนย์ราชการ อาคารบี ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะส่งพ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เข้าพบเพื่อเจรจาขอคืนพื้นที่ดีเอสไอ อาตมายังไม่ได้รับการติดต่อ แต่หากติดต่อมาก็ไม่ปฏิเสธที่จะให้เข้าพบ

 

ด้าน พ.ต.ท.ถวัล กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ไปเจรจาขอความเมตตาจากหลวงปู่ฯ เพื่อขอเปิดทำการดีเอสไอ โดยจะนำข้อมูลประกอบการชี้แจง เพื่อให้รับทราบว่า ดีเอสไอไม่ได้ทำเฉพาะคดีการเมืองหรือการชุมนุมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีงานในส่วนการช่วยเหลือประชาชน และคดีอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนอีกมาก เช่น คดีฉ้อโกง หลอกลวงประชนของกลุ่มแชร์ลูกโซ่ ซึ่งสถานการณ์ชุมนุมขณะนี้เริ่มผ่อนคลายลงแล้วจึงจะขอให้หลวงปู่ฯ กำหนดเงื่อนไขและมาตรการเข้า-ออกพื้นที่เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายภายหลังเบิกความเสร็จสิ้นในเวลา 14.00 น.เศษ ศาลได้นัดฟังคำสั่งว่า จะอนุมัติหมายจับหลวงปู่พุทธะอิสระหรือไม่ ในวันที่ 6 ก.พ.นี้ เวลา 13.30 น.

 

 

เจ้าคณะจังหวัดนครปฐมแจ้งเตือนแล้ว

 

ายนพรัตน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้รับทราบว่า คณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม ได้แจ้งเตือนไปยังหลวงปู่พุทธอิสระแล้ว กระบวนการจากนี้ต้องดูทั้ง 2 ทาง ทั้งทางคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง โดยที่ผ่านมาฐานความผิดทางบ้านเมืองชี้ออกมาว่าเป็นกบฏ ชุมนุมเกิน 10 คน ขัดขวางการเลือกตั้ง ทำลายทรัพย์สิน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 113,114,116  ซึ่งโทษทางอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถที่จะดำเนินการจับกุมได้ แต่เมื่อจับแล้วขึ้นอยู่ในดุลยพินิจ โดยจะให้ประกันตัวหรือไม่ หรือให้เจ้าอาวาสมารับตัวไปควบคุม หากเจ้าอาวาสไม่มารับตัว ก็สามารถดำเนินการสึกได้เลย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะชี้มูลความผิดอย่างไร อย่างไรก็ตาม การไปชุมนุมทางการเมืองถือว่าฝ่าฝืนคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 โดยโทษทางการปกครอง จะมีตั้งแต่ระดับการตักเตือน หากตักเตือนแล้วไม่ฟัง ก็จะมีมาตรการขับออกจากวัด หากหาสังกัดใหม่อยู่ไม่ได้ตามกำหนดระยะเวลา ก็ต้องดำเนินการสึก

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก

5 กุมภาพันธ์ 2557